ข้อ 1 - บทนิยาม
"ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ และยกเว้นทีกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นภายในเงื่อนไขนี้ คำศัพท์ต่อไปนี้จะถูกใช้ในความหมายที่ระบุทางด้านล่าง:
“ผู้ประกอบการขนส่งแท้จริง” (Actual Carrier) หรือ “ผู้ประกอบการขนส่งจริง” (Real Carrier)
หมายถึงผู้ประกอบการขนส่งที่ทำการบินจริง
“ค่าธรรมเนียมการบริหาร” (Administration Fees)
หมายถึงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บที่เกี่ยวข้อง ไปยังผู้โดยสาร โดยผู้ประกอบการขนส่งและ/หรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพิจารณาเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติม (“ค่าธรรมเนียมแก้ไขเพิ่มเติม” หรือ Modification Fees) การออกใหม่ (“ค่าธรรมเนียมการออกใหม่”) หรือการให้เงินคืน (“ค่าธรรมเนียมการให้เงินคืน”) ของบัตรโดยสาร
ผู้โดยสารจะต้องได้รับการแจ้งโดยผู้ประกอบการขนส่งเรื่องจำนวนค่าธรรมเนียมบริหารที่นำมาปรับใช้ก่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการสำรองบัตร
จำนวนของค่าธรรมเนียมดังกล่าวทราบได้จากผู้ประกอบการขนส่งหรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต
“สถานที่หยุดพักที่ได้ตกลงไว้” (หรือ “การหยุดพักระหว่างทาง หรือ Stopover”)
หมายถึงจุดหยุดพักตามตารางที่กำหนดไว้โดยผู้โดยสารระหว่างการเดินทาง ณ จุดหยุดพักระหว่างทางที่ตั้งอยู่ระหว่างจุดเดินทางออกกับจุดเดินทางเข้า ซึ่งแสดงอยู่บนบัตรโดยสารหรือในตารางเวลา
“การรับขนทางอากาศ” (หรือ “การเดินทางทางอากาศ”)
หมายถึง การขนส่งผู้โดยสารและสัมภาระของผู้โดยสารโดยเครื่องบิน ดังที่ได้นิยามไว้ในอนุสัญญาทใช้บังคับ
“สายการบินแอร์ฟร้านซ์”
หมายถึงบริษัท “แอร์ฟร้านซ์” เป็นบริษัทมหาชนจำกัดสัญชาติฝรั่งเศส ที่มีเงินทุนจำนวน 126,748,755 ยูโร และมีสำนักงานที่จะทะเบียนอยู่ที่ 45 rue de Paris, 95 747 Roissy CDG cedex เข้าสู่บริษัทการค้า Bobigny จดทะเบียนหมายเลข 420 495 178
“เว็บไซต์ของสายการบินแอร์ฟร้านซ์”
หมายถึงเว็บไซต์ “www.airfrance.com”
“รหัสสายการบิน”
หมายถึงรหัสที่ออกโดย IATA ซึ่งระบุตัวตนของผู้ประกอบการขนส่งแต่ละรายที่เป็นสมาชิกของสมาคมนี้โดยใช้ตัวอักษร ตัวเลข หรืออักขระอักษรเลข เป็นจำนวนสองตัวหรือมากกว่า และแสดงอยู่บนบัตรโดยสารพร้อมกับหมายเลขเที่ยวบิน
“การเดินทางทางอากาศ” (ดู “การรับขนทางอากาศ”)
“ตัวแทนที่ได้รับอนุญาต”
หมายถึงบุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจโดยผู้ประกอบการขนส่งในการเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการขนส่งในการขายบัตรโดยสารทางอากาศสำหรับการบริการของตนหรือสำหรับการบริการของผู้ประกอบการขนส่งรายอื่น หากตัวแทนนั้นได้รับมอบอำนาจเช่นเดียวกัน
“สัมภาระ”
หมายถึงทรัพย์สิ่งของและสิ่งของส่วนบุคคลอื่นๆที่มาพร้อมกับผู้โดยสารระหว่างการเดินทาง
ยกเว้นที่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ข้อกำหนดนี้รวมถึงทั้งสัมภาระใต้ท้องเครื่องและสัมภาระพกพา
“ใบเช็คสัมภาระ”
หมายถึงส่วนหนึ่งของแบบฟอร์มรหัสสัมภาระที่ออกให้กับผู้โดยสารโดยผู้ประกอบการขนส่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับขนสัมภาระใต้ท้องเครื่อง
“แบบฟอร์มรหัสสัมภาระ”
หมายถึงป้ายที่ออกโดยผู้ประกอบการขนส่งเพื่อวัตถุประสงค์ในการระบุสัมภาระใต้ท้องเครื่องเท่านั้น และรวมถึงส่วนที่ติดกับสัมภาระ (“ป้ายติดกระเป๋า”) และส่วนอื่นๆที่ออกให้กับผู้โดยสารเพื่อระบุสัมภาระดังกล่าว (“ใบเช็คสัมภาระ”)
“ป้ายติดกระเป๋า”
หมายถึงแบบฟอร์มรหัสสัมภาระที่ติดกับสัมภาระใต้ท้องเครื่อง
“ผู้รับผลประโยชน์” (ดู “บุคคลที่ได้รับสิทธิ์ค่าชดเชย”)
“สัมภาระขึ้นเครื่อง” (ดู “สัมภาระพกพา”)
“ผู้ประกอบการขนส่ง”
หมายถึงสายการบินแอร์ฟร้านซ์หรือผู้ประกอบการขนส่งอื่นใดซึ่งมีรหัสสายการบิน่ปรากฎอยู่บัตรโดยสารหรือบัตรโดยสารที่มีจุดแวะพักหลายจุด
“เช่าเหมาลำ”
หมายถึงการดำเนินการที่ผู้ประกอบการขนส่งที่ได้จัดทำสัญญาการรับขนกับผู้โดยสาร (“ผู้ประกอบการขนส่งที่ทำสัญญา”) มอบหมายความรับผิดชอบให้กับผู้ประกอบการขนส่งอีกรายหนึ่ง (“ผู้ประกอบการขนส่งแท้จริง”) ในการดำเนินงานทุกส่วนของการรับขนทางอากาศ
และยังหมายถึงการดำเนินงานที่บุคคลอื่นใดซึ่งได้ทำสัญญาไว้กับผู้โดยสาร (เช่นผู้ประกอบการท่องเที่ยว) ได้มอบหมายให้ผู้ประกอบการขนส่งดำเนินการทุกภาคส่วนในการรับขนทางอากาศ
“สัมภาระใต้ท้องเครื่อง”
หมายถึงสัมภาระซึ่งผู้ประกอบการขนส่งได้ตกลงที่จะดูแลรักษาและซึ่งได้มีการออกแบบฟอร์มรหัสสัมภาระ
“การปิดเช็คอิน” (ดู “เวลาปิดเช็คอิน”)
“เวลาปิดเช็คอิน” หรือ “CID” หรือ “การปิดเช็คอิน”
หมายถึงกำหนดเวลาก่อนเวลาที่ผู้โดยสารจะต้องดำเนินการทางศุลกากรให้เรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเช็คอินซึ่งรวมถึงการตรวจสัมภาระใต้ท้องเครื่อง และการรับบัตรผ่านขึ้นเครื่อง ถ้ามี
“รหัสร่วม” (ดู “เที่ยวบินร่วม”)
“เที่ยวบินร่วม” หรือ “รหัสร่วม”
หมายถึงเที่ยวบินที่ดำเนินการโดยผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศซึ่งอาจเป็นผู้ประกอบการขนส่งที่ผู้โดยสารได้ทำสัญญารับขนไว้ (“ผู้ประกอบการขนส่งแบบรับจ้างดำเนินการแทน” หรือ “ผู้ประกอบการขนส่งแบบสัญญา”) หรือผู้ประกอบการขนส่งอีกรายหนึ่ง (ผู้ประกอบการขนส่งที่ทำการบิน หรือ “ผู้ประกอบการขนส่งแท้จริง”) ซึ่งผู้ประกอบการขนส่งแบบรับจ้างดำเนินการแทนได้ใช้รหัสร่วม
“ประชาคมผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศ”
หมายถึงผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศที่ถือสัญญาดำเนินการที่มีผลบังคับใช้ ซึ่งออกโดยรัฐสมาชิกของสหภาพยุโรป ตามบทบัญญัติแห่ง Council Regulation (EEC) หมายเลข 2407/92 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2535
“บัตรโดยสารที่มีจุดแวะพักหลายจุดหรือ Conjunction Ticket”
หมายถึงบัตรที่ได้รับการพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการออกบัตรโดยสารเนื่องจากจำนวนคูปองของบัตรโดยสารหลักที่มีจำนวนมาก ซึ่งรวมกันอยู่ในสัญญาการรับขนฉบับเดียว
“แผนสำหรับเหตุการณ์ที่มิได้คาดหมายสำหรับความล่าช้าบน Tarmac (tarmac delay)”
หมายถึงแผนการณ์ที่ไม่ได้คาดหมายซึ่งนำมาใช้โดยผู้ประกอบการขนส่งในกรณีที่มีความล่าช้าอย่างมากของเครื่องบินบน Tarmac ในสนามบินที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมิรกา โดยกรมขนส่งของสหรัฐ (DOT)
“สัญญาการรับขน”
หมายถึงคำประกาศและบทบัญญัติที่ปรากฎอยู่บนบัตรโดยสาร ที่ระบุว่าเป็นเช่นนั้น และรวมเข้าไว้ในเงื่อนไขทั่วไปของการรับขนนี้ เช่นเดียวกับคำบอกกล่าวไปยังผู้โดยสาร
“ผู้ประกอบการขนส่งแบบสัญญา” หรือ “ผู้ประกอบการขนส่งแบบรับจ้างดำเนินการแทน”
หมายถึง ผู้ประกอบการขนส่งที่ผู้โดยสารได้ทำสัญญาการรับขนด้วย และมีรหัสปรากฎอยู่บนบัตรโดยสาร
“อนุสัญญา”
หมายถึง ตามที่เกี่ยวข้อง:
(ก) อนุสัญญาเพื่อสร้างเอกภาพให้แก่หลักเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศทางอากาศ (Convention for the Unification of Certain Rules Relating to International Carriage by Air) ลงนาม ณ กรุงวอร์ซอ ในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2472
(ข) พิธีสารกรุงเฮก Hague Protocol) ณ วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2498 ซึ่งแก้ไขอนุสัญญากรุงวอร์ซอ
(ค) อนุสัญญากัวดาลาจา (Guadalajara Supplementary Convention) ณ วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2504
(ง) พิธีสารมอนทรีออล (Montreal Protocols) 1, 2 และ 4 (พ.ศ. 2518) ซึ่งแก้ไขอนุสัญญากรุงวอร์ซอ
(จ) อนุสัญญาเพื่อสร้างเอกภาพให้แก่หลักเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศ (Convention for the Unification of Certain Rules for International Carriage by Air) ลงนาม ณ กรุงมอนทรีออล ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2542
“คูปอง”
หมายถึงคูปองเที่ยวบินแบบกระดาษหรือคูปองแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในแต่ละใบจะต้องมีชื่อของผู้โดยสารซึ่งทำการเดินทางในเที่ยวบินที่ระบุไว้ในคูปอง
“ความเสียหาย”
รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บทางกาย ซึ่งเกิดขึ้นกับผู้โดยสารหรือเป็นผลมาจากความล่าช้า การสูญหายทั้งหมดหรือบางส่วน หรือความเสียหายอื่นๆที่เกิดจากการรับขนทางอากาศ ซึ่งได้นิยามไว้ทางด้านล่าง หรือซึ่งเกี่ยวข้องกับนิยามทางด้านล่างโดยตรง
“วัน”
หมายถึงวันปฏิทินซึ่งหมายถึงเจ็ดวันในสัปดาห์ เป็นที่เข้าใจว่าในการออกหนังสือบอกกล่าว วันที่ในการออกหนังสือจะไม่ถูกนับรวมและ ในการกำหนดระยะเวลาที่สามารถใช้งานบัตรโดยสารได้ วันที่ในการออกบัตรโดยสารหรือวันที่ออกเดินทางจะไม่ถูกนับรวม
“คูปองอิเล็กทรอนิกส์”
หมายถึงคูปองเที่ยวบินแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือเอกสารอื่นใดที่มีค่าเท่ากัน ซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในรูปแบบดิจิตอลในระบบการจองทางคอมพิวเตอร์ของผู้ประกอบการขนส่ง
“บัตรโดยสารอิเล็กทรอกนิกส์”
หมายถึงบัตรโดยสารที่ถูกบันทึกไว้โดยผู้ประกอบการขนส่งหรือโดยระบบการสำรองบัตรผ่านทางคอมพิวเตอร์ในเวลาที่มีการร้องขอ และมีหลักฐานเป็น บันทึกการเดินทาง (อาจเรียกว่า “รายละเอียดการเดินทางและใบเสร็จรับเงิน”) และคูปองเที่ยวบินแบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งออกโดยผู้ประกอบการขนส่งหรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต
“ค่าโดยสาร”
หมายถึง ค่าโดยสารสำหรับการเดินทางที่ได้ทำการสำรองไว้โดยผู้โดยสาร ในระดับชั้นที่สำรองไว้สำหรับเส้นทางบินที่กำหนด เที่ยวบิน และวันที่ หากมี
“คูปองเที่ยวบิน”
หมายถึงส่วนของบัตรโดยสารที่ถูกระบุไว้ว่า “มีผลใช้ได้สำหรับการรับขน” หรือ สำหรับบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์หมาย ถึงคูปองอิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงจุดที่แน่นอนที่ผู้โดยสารออกเดินทาง
“การเดินทางโดยรถไฟ/ทะเล/ถนน”
หมายถึง “การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ” ซึ่งการขนส่งทางอากาศและการรับขนในรูปแบบอื่นๆได้ถูกขายร่วมกัน และอาจมีการดำเนินการภายใต้ระบบความรับผิดที่แตกต่างกัน
“เหตุสุดวิสัย”
หมายถึงสถานการณ์ภายนอกบุคคลที่อ้างถึงและบุคคลผู้ซึ่งสามารถจัดหาหลักฐานมาแสดงได้ ซึ่งมีความผิดปกติและไม่สามารถคาดเดาได้ ผลที่ตามมาของสถานการณ์ดังกล่าวไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แม้จะมีการดูแลและการให้ความสนใจอย่างถี่ถ้วนแล้ว
“ฟรีน้ำหนักสัมภาระ”
หมายถึงปริมาณสูงสุดของสัมภาระ (โดยจำนวนและ/หรือ น้ำหนัก และ/หรือ ขนาด) ซึ่งกำหนดโดยผู้ประกอบการขนส่งที่ผู้โดยสารอาจเดินทางด้วย
“เงื่อนไขทั่วไปของการรับขน
” หมายถึงเงื่อนไขทั่วไปของการรับขนเหล่านี้
“ยอดค่าโดยสารรวม” หรือ “ค่าโดยสารรวมภาษี”
หมายถึงค่าโดยสารสุทธิบวกค่าภาษี
“IATA” หรือ “International Air Transport Association”
หมายถึง สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ซึ่งเริ่มดำเนินการในเดือนเมษายน พ.ศ. 2488 ณ กรุงมอนทรีออล วัตถุประสงค์ของสมาคมนี้คือกระตุ้นให้เกิดพัฒนาการของการรับขนทางอากาศทางด้านความปลอดภัย สำหรับการรับขนแบบปกติและแบบประหยัด และเพื่อส่งเสริมการบริการและศึกษาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้
“เที่ยวบินภายใน” หรือ “เที่ยวบินในประเทศ”
หมายถึงเที่ยวบินใดๆที่เมืองที่ออกเดินทางและเมืองที่เดินทางกลับอยู่ภายในรัฐเดียวกัน ภายในภาคพื้นที่ต่อเนื่องกัน
“ข้อตกลงระหว่างประเทศ (IIA และ MIA)” แห่งสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA)
หมายถึงข้อตกลงในการรับขนระหว่างประเทศในเรื่องความรับผิดของผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศ ลงนาม ณ วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ (IIA) และ ณ วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2539 ณ กรุงมอนทรีออล (MIA) ซึ่งใช้บังคับโดยผู้ประกอบการขนส่งซึ่งเป็นสมาชิกของ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ดู IATA) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2540 และซึ่งถูกรวมอยู่ในขอบเขตทางกฎหมายของที่มาของกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับความรับผิดของผู้รับขนที่อ้างถึงภายใต้ข้อ (ก) ถึง (ง) ของคำว่า “อนุสัญญา” ที่นิยามไว้ทางด้านล่าง
“เที่ยวบินระหว่างประเทศ”
หมายถึง ตามที่นิยามไว้โดยอนุสัญญา เที่ยวบินใดๆที่จุดเดินทางออกและจุดเดินทางเข้า และอาจรวมถึง จุดหยุดพักระหว่างการเดินทาง ตั้งอยู่ในภาคพื้นของอย่างน้อยสองรัฐซึ่งเป็นสมาชิกในอนุสัญญา โดยไม่คำนึงถึงจุดแวะพักระหว่างทางหรือการเปลี่ยนเครื่องบิน หรือภายในรัฐเดียวหากจุดแวะพักถูกกำหนดให้อยู่ที่รัฐอื่นแม้ว่ารัฐอื่นนั้นจะเป็นสมาชิกหรือไม่เป็นมาชิกของอนุสัญญาก็ตาม
“ค่าธรรมเนียมออกบัตร” (หรือ “ค่าธรรมเนียมบัตรโดยสาร”)
หมายถึงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บ ถ้ามี ไปยังผู้โดยสารโดยผู้ประกอบการขนส่งหรือโดยตัวแทนที่ได้รับอนุญาต ในการพิจารณาออกบัตรโดยสาร
จำนวนของค่าธรรมเนียมดังกล่าวกำหนดขึ้นโดยผู้ออกบัตรโดยสาร (หรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต ตามเหมาะสม)
“รายละเอียดการเดินทางและใบเสร็จรับเงิน” (ดู “บันทึกการเดินทาง”)
“ค่าธรรมเนียมการแก้ไขเพิ่มเติม” (ดู “ค่าธรรมเนียมการบริหาร”)
“ค่าโดยสารสุทธิ” หรือ “ค่าโดยสารไม่รวมภาษี”
หมายถึงค่าโดยสารที่เรียกเก็บผู้โดยสาร ไม่รวมค่าภาษีและค่าธรรมเนียมออกบัตร
“ผู้โดยสาร”
หมายถึงบุคคลใดๆที่ครอบครองบัตรโดยสาร ยกเว้นสมาชิกลูกเรือ ซึ่งเดินทางไปกับเครื่องบิน
“คูปองผู้โดยสาร” หรือ “ใบเสร็จรับเงินผู้โดยสาร”
หมายถึงส่วนของบัตรโดยสารที่ออกโดยผู้ประกอบการขนส่งหรือประกอบการภายใต้ชื่อของผู้ประกอบการขนส่ง ซึ่งถูกระบุไว้เป็นเช่นนั้น และจะต้องถูกเก็บไว้โดยผู้โดยสาร
“ใบเสร็จรับเงินผู้โดยสาร” (ดู “คูปองผู้โดยสาร”)
“ผู้โดยสารที่มีความคล่องตัวลดลง”
หมายถึงบุคคลใดทีมี่ความสามารถในการเคลื่อนตัวลดลงเมื่อต้องเดินทางเนื่องจากความทุพพลภาพทางกายใดๆ (ประสาทสัมผัสหรือการเคลื่อนไหว ถาวรหรือชั่วคราว) ความบกพร่องทางสติปัญญา อายุหรือเหตุแห่งความพิการอื่นๆ และบุคคลผู้ซึ่งต้องการการดูแลพิเศษในสถานการณ์นั้นๆและการปรับให้เข้ากับความจำเป็นในการรับบริการของผู้โดยสาร มีไว้ให้กับผู้โดยสารทุกท่าน
“บุคคลที่มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชย”
หมายถึงผู้โดยสารหรือบุคคลใดที่สามารถเรียกร้องค่าชดเชยในนามของผู้โดยสารนั้นๆได้ ตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
“สัตว์เลี้ยง”
หมายถึงสัตว์เลี้ยงที่นำขึ้นเครื่องไปกับผู้โดยสารหรือบรรทุกไว้ใต้ท้องเครื่อง ซึ่งเดินทางกับผู้โดยสารซึ่งอาจเป็นเจ้าของหรือเป็นบุคคลที่รับผิดชอบในนามของเจ้าของระหว่างการเดินทาง
“ค่าธรรมเนียมคืนเงิน” (ดู “ค่าธรรมเนียมบริหาร”)
“ค่าธรรมเนียมออกบัตรใหม่” (ดู “ค่าธรรมเนียมบริหาร”)
“การสำรองบัตรโดยสาร”
หมายถึงการร้องขอการรับขนซึ่งกระทำโดยผู้โดยสารซึ่งบันทึกไว้โดยผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศหรือโดยตัวแทนที่ได้รับอนุญาต
“ตารางเวลา” หรือ “ตัวบอกตารางเวลา” หมายถึงรายการเวลาเดินทางออกและเข้าของเครื่องบิน ดังที่แสดงในคู่มือตารางเวลาที่ตีพิมพ์โดยผู้ประกอบการขนส่งหรือภายใต้อำนาจของผู้ประกอบการขนส่ง หรือที่นำออกสู่สายตาประชายชนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
“ตัวบอกตารางเวลา” (ดู “ตารางเวลา”)
“การสำแดงพิเศษเรื่องผลประโยชน์”
หมายถึงการแจ้งที่กระทำโดยผู้โดยสารเมื่อมีการนำสัมภาระไปตรวจเช็คซึ่งระบุว่ามีมูลค่าสูงกว่าขีดจำกัดในความรับผิดที่กำหนดโดยอนุสัญญา ในเรื่องการพิจารณาการชำระค่าเงินเพิ่ม
“สิทธิพิเศษถอนเงิน (SDR)”
หมายถึงหน่วยของบัญชีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มูลค่าของหน่วยบัญชีนั้นจะถูกกำหนดโดย IMF เป็นระยะ บนพื้นฐานของราคาของสกุลเงินอ้างอิงหลายสกุลเงินที่อยู่ในรายชื่อ
“การหยุดพักระหว่างทาง”
หมายถึงจุดที่นอกเหนือจากจุดที่เดินทางออกและเข้า ซึ่งแสดงอยู่บนบัตรโดยสารหรือที่ระบุอยู่ในตารางเวลาว่าเป็นจุดหยุดพักระหว่างทางที่กำหนดไว้ในรายละเอียดการเดินทางของผู้โดยสาร
“ป้าย” (ดู “ป้ายติดกระเป๋า”)
“ภาษี”
หมายถึงค่าธรรมเนียม ค่าภาษีและค่าภาระติดพันที่กำหนดโดยรัฐบาล ผู้ประกอบการสนามบิน หรือผู้มีอำนาจอื่นๆที่นิยามไว้ในข้อ 4 ทางด้านล่าง
“บัตรโดยสาร”
หมายถึง เอกสารที่มีผลใช้ได้ซึ่งแสดงสิทธิในการรับขน ในรูปแบบ “บัตรรางวัลท่องเที่ยวสำหรับบุคคลหรือกลุ่ม” หรือโดยวิธีการที่เทียบเท่ากับในรูปแบบไร้เอกสาร ซึ่งออกหรือมอบอำนาจให้โดยผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศหรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจทำให้สมบูรณ์ได้ด้วยแบบฟอร์มรหัสสัมภาระสำหรับสัมภาระใต้ท้องเครื่อง
บัตรโดยสารเป็นหลักฐานของสัญญาการรับขนและ ดังนั้น จึงรวมถึงเงื่อนไขทั่วไปของการรับขนนี้
ซึ่งรวมถึงหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้โดยสาร ตามที่กำหนดในอนุสัญญา
“รายละเอียดการเดินทาง” หรือ “รายละเอียดการเดินทางและใบเสร็จรับเงิน”
หมายถึงเอกสารหนึ่งหรือสองชิ้นที่ผู้ประกอบการขนส่งออกให้กับผู้โดยสาร ซึ่งเป็นการยืนยันการออกบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์และซึ่งระบุชื่อ ข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินและคำบอกกล่าวไปยังผู้โดยสาร
“สัมภาระพกพา” หรือ “สัมภาระขึ้นเครื่อง”
หมายถึงสัมภาระทั้งหมดที่ไม่ใช่สัมภาระใต้ท้องเครื่อง
สัมภาระนี้อยู่ภายใต้การดูแลรักษาของผู้โดยสาร"
“ผู้ประกอบการขนส่งแท้จริง” (Actual Carrier) หรือ “ผู้ประกอบการขนส่งจริง” (Real Carrier)
หมายถึงผู้ประกอบการขนส่งที่ทำการบินจริง
“ค่าธรรมเนียมการบริหาร” (Administration Fees)
หมายถึงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บที่เกี่ยวข้อง ไปยังผู้โดยสาร โดยผู้ประกอบการขนส่งและ/หรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพิจารณาเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติม (“ค่าธรรมเนียมแก้ไขเพิ่มเติม” หรือ Modification Fees) การออกใหม่ (“ค่าธรรมเนียมการออกใหม่”) หรือการให้เงินคืน (“ค่าธรรมเนียมการให้เงินคืน”) ของบัตรโดยสาร
ผู้โดยสารจะต้องได้รับการแจ้งโดยผู้ประกอบการขนส่งเรื่องจำนวนค่าธรรมเนียมบริหารที่นำมาปรับใช้ก่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการสำรองบัตร
จำนวนของค่าธรรมเนียมดังกล่าวทราบได้จากผู้ประกอบการขนส่งหรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต
“สถานที่หยุดพักที่ได้ตกลงไว้” (หรือ “การหยุดพักระหว่างทาง หรือ Stopover”)
หมายถึงจุดหยุดพักตามตารางที่กำหนดไว้โดยผู้โดยสารระหว่างการเดินทาง ณ จุดหยุดพักระหว่างทางที่ตั้งอยู่ระหว่างจุดเดินทางออกกับจุดเดินทางเข้า ซึ่งแสดงอยู่บนบัตรโดยสารหรือในตารางเวลา
“การรับขนทางอากาศ” (หรือ “การเดินทางทางอากาศ”)
หมายถึง การขนส่งผู้โดยสารและสัมภาระของผู้โดยสารโดยเครื่องบิน ดังที่ได้นิยามไว้ในอนุสัญญาทใช้บังคับ
“สายการบินแอร์ฟร้านซ์”
หมายถึงบริษัท “แอร์ฟร้านซ์” เป็นบริษัทมหาชนจำกัดสัญชาติฝรั่งเศส ที่มีเงินทุนจำนวน 126,748,755 ยูโร และมีสำนักงานที่จะทะเบียนอยู่ที่ 45 rue de Paris, 95 747 Roissy CDG cedex เข้าสู่บริษัทการค้า Bobigny จดทะเบียนหมายเลข 420 495 178
“เว็บไซต์ของสายการบินแอร์ฟร้านซ์”
หมายถึงเว็บไซต์ “www.airfrance.com”
“รหัสสายการบิน”
หมายถึงรหัสที่ออกโดย IATA ซึ่งระบุตัวตนของผู้ประกอบการขนส่งแต่ละรายที่เป็นสมาชิกของสมาคมนี้โดยใช้ตัวอักษร ตัวเลข หรืออักขระอักษรเลข เป็นจำนวนสองตัวหรือมากกว่า และแสดงอยู่บนบัตรโดยสารพร้อมกับหมายเลขเที่ยวบิน
“การเดินทางทางอากาศ” (ดู “การรับขนทางอากาศ”)
“ตัวแทนที่ได้รับอนุญาต”
หมายถึงบุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจโดยผู้ประกอบการขนส่งในการเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการขนส่งในการขายบัตรโดยสารทางอากาศสำหรับการบริการของตนหรือสำหรับการบริการของผู้ประกอบการขนส่งรายอื่น หากตัวแทนนั้นได้รับมอบอำนาจเช่นเดียวกัน
“สัมภาระ”
หมายถึงทรัพย์สิ่งของและสิ่งของส่วนบุคคลอื่นๆที่มาพร้อมกับผู้โดยสารระหว่างการเดินทาง
ยกเว้นที่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ข้อกำหนดนี้รวมถึงทั้งสัมภาระใต้ท้องเครื่องและสัมภาระพกพา
“ใบเช็คสัมภาระ”
หมายถึงส่วนหนึ่งของแบบฟอร์มรหัสสัมภาระที่ออกให้กับผู้โดยสารโดยผู้ประกอบการขนส่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับขนสัมภาระใต้ท้องเครื่อง
“แบบฟอร์มรหัสสัมภาระ”
หมายถึงป้ายที่ออกโดยผู้ประกอบการขนส่งเพื่อวัตถุประสงค์ในการระบุสัมภาระใต้ท้องเครื่องเท่านั้น และรวมถึงส่วนที่ติดกับสัมภาระ (“ป้ายติดกระเป๋า”) และส่วนอื่นๆที่ออกให้กับผู้โดยสารเพื่อระบุสัมภาระดังกล่าว (“ใบเช็คสัมภาระ”)
“ป้ายติดกระเป๋า”
หมายถึงแบบฟอร์มรหัสสัมภาระที่ติดกับสัมภาระใต้ท้องเครื่อง
“ผู้รับผลประโยชน์” (ดู “บุคคลที่ได้รับสิทธิ์ค่าชดเชย”)
“สัมภาระขึ้นเครื่อง” (ดู “สัมภาระพกพา”)
“ผู้ประกอบการขนส่ง”
หมายถึงสายการบินแอร์ฟร้านซ์หรือผู้ประกอบการขนส่งอื่นใดซึ่งมีรหัสสายการบิน่ปรากฎอยู่บัตรโดยสารหรือบัตรโดยสารที่มีจุดแวะพักหลายจุด
“เช่าเหมาลำ”
หมายถึงการดำเนินการที่ผู้ประกอบการขนส่งที่ได้จัดทำสัญญาการรับขนกับผู้โดยสาร (“ผู้ประกอบการขนส่งที่ทำสัญญา”) มอบหมายความรับผิดชอบให้กับผู้ประกอบการขนส่งอีกรายหนึ่ง (“ผู้ประกอบการขนส่งแท้จริง”) ในการดำเนินงานทุกส่วนของการรับขนทางอากาศ
และยังหมายถึงการดำเนินงานที่บุคคลอื่นใดซึ่งได้ทำสัญญาไว้กับผู้โดยสาร (เช่นผู้ประกอบการท่องเที่ยว) ได้มอบหมายให้ผู้ประกอบการขนส่งดำเนินการทุกภาคส่วนในการรับขนทางอากาศ
“สัมภาระใต้ท้องเครื่อง”
หมายถึงสัมภาระซึ่งผู้ประกอบการขนส่งได้ตกลงที่จะดูแลรักษาและซึ่งได้มีการออกแบบฟอร์มรหัสสัมภาระ
“การปิดเช็คอิน” (ดู “เวลาปิดเช็คอิน”)
“เวลาปิดเช็คอิน” หรือ “CID” หรือ “การปิดเช็คอิน”
หมายถึงกำหนดเวลาก่อนเวลาที่ผู้โดยสารจะต้องดำเนินการทางศุลกากรให้เรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเช็คอินซึ่งรวมถึงการตรวจสัมภาระใต้ท้องเครื่อง และการรับบัตรผ่านขึ้นเครื่อง ถ้ามี
“รหัสร่วม” (ดู “เที่ยวบินร่วม”)
“เที่ยวบินร่วม” หรือ “รหัสร่วม”
หมายถึงเที่ยวบินที่ดำเนินการโดยผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศซึ่งอาจเป็นผู้ประกอบการขนส่งที่ผู้โดยสารได้ทำสัญญารับขนไว้ (“ผู้ประกอบการขนส่งแบบรับจ้างดำเนินการแทน” หรือ “ผู้ประกอบการขนส่งแบบสัญญา”) หรือผู้ประกอบการขนส่งอีกรายหนึ่ง (ผู้ประกอบการขนส่งที่ทำการบิน หรือ “ผู้ประกอบการขนส่งแท้จริง”) ซึ่งผู้ประกอบการขนส่งแบบรับจ้างดำเนินการแทนได้ใช้รหัสร่วม
“ประชาคมผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศ”
หมายถึงผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศที่ถือสัญญาดำเนินการที่มีผลบังคับใช้ ซึ่งออกโดยรัฐสมาชิกของสหภาพยุโรป ตามบทบัญญัติแห่ง Council Regulation (EEC) หมายเลข 2407/92 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2535
“บัตรโดยสารที่มีจุดแวะพักหลายจุดหรือ Conjunction Ticket”
หมายถึงบัตรที่ได้รับการพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการออกบัตรโดยสารเนื่องจากจำนวนคูปองของบัตรโดยสารหลักที่มีจำนวนมาก ซึ่งรวมกันอยู่ในสัญญาการรับขนฉบับเดียว
“แผนสำหรับเหตุการณ์ที่มิได้คาดหมายสำหรับความล่าช้าบน Tarmac (tarmac delay)”
หมายถึงแผนการณ์ที่ไม่ได้คาดหมายซึ่งนำมาใช้โดยผู้ประกอบการขนส่งในกรณีที่มีความล่าช้าอย่างมากของเครื่องบินบน Tarmac ในสนามบินที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมิรกา โดยกรมขนส่งของสหรัฐ (DOT)
“สัญญาการรับขน”
หมายถึงคำประกาศและบทบัญญัติที่ปรากฎอยู่บนบัตรโดยสาร ที่ระบุว่าเป็นเช่นนั้น และรวมเข้าไว้ในเงื่อนไขทั่วไปของการรับขนนี้ เช่นเดียวกับคำบอกกล่าวไปยังผู้โดยสาร
“ผู้ประกอบการขนส่งแบบสัญญา” หรือ “ผู้ประกอบการขนส่งแบบรับจ้างดำเนินการแทน”
หมายถึง ผู้ประกอบการขนส่งที่ผู้โดยสารได้ทำสัญญาการรับขนด้วย และมีรหัสปรากฎอยู่บนบัตรโดยสาร
“อนุสัญญา”
หมายถึง ตามที่เกี่ยวข้อง:
(ก) อนุสัญญาเพื่อสร้างเอกภาพให้แก่หลักเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศทางอากาศ (Convention for the Unification of Certain Rules Relating to International Carriage by Air) ลงนาม ณ กรุงวอร์ซอ ในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2472
(ข) พิธีสารกรุงเฮก Hague Protocol) ณ วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2498 ซึ่งแก้ไขอนุสัญญากรุงวอร์ซอ
(ค) อนุสัญญากัวดาลาจา (Guadalajara Supplementary Convention) ณ วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2504
(ง) พิธีสารมอนทรีออล (Montreal Protocols) 1, 2 และ 4 (พ.ศ. 2518) ซึ่งแก้ไขอนุสัญญากรุงวอร์ซอ
(จ) อนุสัญญาเพื่อสร้างเอกภาพให้แก่หลักเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศ (Convention for the Unification of Certain Rules for International Carriage by Air) ลงนาม ณ กรุงมอนทรีออล ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2542
“คูปอง”
หมายถึงคูปองเที่ยวบินแบบกระดาษหรือคูปองแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในแต่ละใบจะต้องมีชื่อของผู้โดยสารซึ่งทำการเดินทางในเที่ยวบินที่ระบุไว้ในคูปอง
“ความเสียหาย”
รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บทางกาย ซึ่งเกิดขึ้นกับผู้โดยสารหรือเป็นผลมาจากความล่าช้า การสูญหายทั้งหมดหรือบางส่วน หรือความเสียหายอื่นๆที่เกิดจากการรับขนทางอากาศ ซึ่งได้นิยามไว้ทางด้านล่าง หรือซึ่งเกี่ยวข้องกับนิยามทางด้านล่างโดยตรง
“วัน”
หมายถึงวันปฏิทินซึ่งหมายถึงเจ็ดวันในสัปดาห์ เป็นที่เข้าใจว่าในการออกหนังสือบอกกล่าว วันที่ในการออกหนังสือจะไม่ถูกนับรวมและ ในการกำหนดระยะเวลาที่สามารถใช้งานบัตรโดยสารได้ วันที่ในการออกบัตรโดยสารหรือวันที่ออกเดินทางจะไม่ถูกนับรวม
“คูปองอิเล็กทรอนิกส์”
หมายถึงคูปองเที่ยวบินแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือเอกสารอื่นใดที่มีค่าเท่ากัน ซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในรูปแบบดิจิตอลในระบบการจองทางคอมพิวเตอร์ของผู้ประกอบการขนส่ง
“บัตรโดยสารอิเล็กทรอกนิกส์”
หมายถึงบัตรโดยสารที่ถูกบันทึกไว้โดยผู้ประกอบการขนส่งหรือโดยระบบการสำรองบัตรผ่านทางคอมพิวเตอร์ในเวลาที่มีการร้องขอ และมีหลักฐานเป็น บันทึกการเดินทาง (อาจเรียกว่า “รายละเอียดการเดินทางและใบเสร็จรับเงิน”) และคูปองเที่ยวบินแบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งออกโดยผู้ประกอบการขนส่งหรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต
“ค่าโดยสาร”
หมายถึง ค่าโดยสารสำหรับการเดินทางที่ได้ทำการสำรองไว้โดยผู้โดยสาร ในระดับชั้นที่สำรองไว้สำหรับเส้นทางบินที่กำหนด เที่ยวบิน และวันที่ หากมี
“คูปองเที่ยวบิน”
หมายถึงส่วนของบัตรโดยสารที่ถูกระบุไว้ว่า “มีผลใช้ได้สำหรับการรับขน” หรือ สำหรับบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์หมาย ถึงคูปองอิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงจุดที่แน่นอนที่ผู้โดยสารออกเดินทาง
“การเดินทางโดยรถไฟ/ทะเล/ถนน”
หมายถึง “การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ” ซึ่งการขนส่งทางอากาศและการรับขนในรูปแบบอื่นๆได้ถูกขายร่วมกัน และอาจมีการดำเนินการภายใต้ระบบความรับผิดที่แตกต่างกัน
“เหตุสุดวิสัย”
หมายถึงสถานการณ์ภายนอกบุคคลที่อ้างถึงและบุคคลผู้ซึ่งสามารถจัดหาหลักฐานมาแสดงได้ ซึ่งมีความผิดปกติและไม่สามารถคาดเดาได้ ผลที่ตามมาของสถานการณ์ดังกล่าวไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แม้จะมีการดูแลและการให้ความสนใจอย่างถี่ถ้วนแล้ว
“ฟรีน้ำหนักสัมภาระ”
หมายถึงปริมาณสูงสุดของสัมภาระ (โดยจำนวนและ/หรือ น้ำหนัก และ/หรือ ขนาด) ซึ่งกำหนดโดยผู้ประกอบการขนส่งที่ผู้โดยสารอาจเดินทางด้วย
“เงื่อนไขทั่วไปของการรับขน
” หมายถึงเงื่อนไขทั่วไปของการรับขนเหล่านี้
“ยอดค่าโดยสารรวม” หรือ “ค่าโดยสารรวมภาษี”
หมายถึงค่าโดยสารสุทธิบวกค่าภาษี
“IATA” หรือ “International Air Transport Association”
หมายถึง สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ซึ่งเริ่มดำเนินการในเดือนเมษายน พ.ศ. 2488 ณ กรุงมอนทรีออล วัตถุประสงค์ของสมาคมนี้คือกระตุ้นให้เกิดพัฒนาการของการรับขนทางอากาศทางด้านความปลอดภัย สำหรับการรับขนแบบปกติและแบบประหยัด และเพื่อส่งเสริมการบริการและศึกษาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้
“เที่ยวบินภายใน” หรือ “เที่ยวบินในประเทศ”
หมายถึงเที่ยวบินใดๆที่เมืองที่ออกเดินทางและเมืองที่เดินทางกลับอยู่ภายในรัฐเดียวกัน ภายในภาคพื้นที่ต่อเนื่องกัน
“ข้อตกลงระหว่างประเทศ (IIA และ MIA)” แห่งสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA)
หมายถึงข้อตกลงในการรับขนระหว่างประเทศในเรื่องความรับผิดของผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศ ลงนาม ณ วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ (IIA) และ ณ วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2539 ณ กรุงมอนทรีออล (MIA) ซึ่งใช้บังคับโดยผู้ประกอบการขนส่งซึ่งเป็นสมาชิกของ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ดู IATA) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2540 และซึ่งถูกรวมอยู่ในขอบเขตทางกฎหมายของที่มาของกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับความรับผิดของผู้รับขนที่อ้างถึงภายใต้ข้อ (ก) ถึง (ง) ของคำว่า “อนุสัญญา” ที่นิยามไว้ทางด้านล่าง
“เที่ยวบินระหว่างประเทศ”
หมายถึง ตามที่นิยามไว้โดยอนุสัญญา เที่ยวบินใดๆที่จุดเดินทางออกและจุดเดินทางเข้า และอาจรวมถึง จุดหยุดพักระหว่างการเดินทาง ตั้งอยู่ในภาคพื้นของอย่างน้อยสองรัฐซึ่งเป็นสมาชิกในอนุสัญญา โดยไม่คำนึงถึงจุดแวะพักระหว่างทางหรือการเปลี่ยนเครื่องบิน หรือภายในรัฐเดียวหากจุดแวะพักถูกกำหนดให้อยู่ที่รัฐอื่นแม้ว่ารัฐอื่นนั้นจะเป็นสมาชิกหรือไม่เป็นมาชิกของอนุสัญญาก็ตาม
“ค่าธรรมเนียมออกบัตร” (หรือ “ค่าธรรมเนียมบัตรโดยสาร”)
หมายถึงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บ ถ้ามี ไปยังผู้โดยสารโดยผู้ประกอบการขนส่งหรือโดยตัวแทนที่ได้รับอนุญาต ในการพิจารณาออกบัตรโดยสาร
จำนวนของค่าธรรมเนียมดังกล่าวกำหนดขึ้นโดยผู้ออกบัตรโดยสาร (หรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต ตามเหมาะสม)
“รายละเอียดการเดินทางและใบเสร็จรับเงิน” (ดู “บันทึกการเดินทาง”)
“ค่าธรรมเนียมการแก้ไขเพิ่มเติม” (ดู “ค่าธรรมเนียมการบริหาร”)
“ค่าโดยสารสุทธิ” หรือ “ค่าโดยสารไม่รวมภาษี”
หมายถึงค่าโดยสารที่เรียกเก็บผู้โดยสาร ไม่รวมค่าภาษีและค่าธรรมเนียมออกบัตร
“ผู้โดยสาร”
หมายถึงบุคคลใดๆที่ครอบครองบัตรโดยสาร ยกเว้นสมาชิกลูกเรือ ซึ่งเดินทางไปกับเครื่องบิน
“คูปองผู้โดยสาร” หรือ “ใบเสร็จรับเงินผู้โดยสาร”
หมายถึงส่วนของบัตรโดยสารที่ออกโดยผู้ประกอบการขนส่งหรือประกอบการภายใต้ชื่อของผู้ประกอบการขนส่ง ซึ่งถูกระบุไว้เป็นเช่นนั้น และจะต้องถูกเก็บไว้โดยผู้โดยสาร
“ใบเสร็จรับเงินผู้โดยสาร” (ดู “คูปองผู้โดยสาร”)
“ผู้โดยสารที่มีความคล่องตัวลดลง”
หมายถึงบุคคลใดทีมี่ความสามารถในการเคลื่อนตัวลดลงเมื่อต้องเดินทางเนื่องจากความทุพพลภาพทางกายใดๆ (ประสาทสัมผัสหรือการเคลื่อนไหว ถาวรหรือชั่วคราว) ความบกพร่องทางสติปัญญา อายุหรือเหตุแห่งความพิการอื่นๆ และบุคคลผู้ซึ่งต้องการการดูแลพิเศษในสถานการณ์นั้นๆและการปรับให้เข้ากับความจำเป็นในการรับบริการของผู้โดยสาร มีไว้ให้กับผู้โดยสารทุกท่าน
“บุคคลที่มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชย”
หมายถึงผู้โดยสารหรือบุคคลใดที่สามารถเรียกร้องค่าชดเชยในนามของผู้โดยสารนั้นๆได้ ตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
“สัตว์เลี้ยง”
หมายถึงสัตว์เลี้ยงที่นำขึ้นเครื่องไปกับผู้โดยสารหรือบรรทุกไว้ใต้ท้องเครื่อง ซึ่งเดินทางกับผู้โดยสารซึ่งอาจเป็นเจ้าของหรือเป็นบุคคลที่รับผิดชอบในนามของเจ้าของระหว่างการเดินทาง
“ค่าธรรมเนียมคืนเงิน” (ดู “ค่าธรรมเนียมบริหาร”)
“ค่าธรรมเนียมออกบัตรใหม่” (ดู “ค่าธรรมเนียมบริหาร”)
“การสำรองบัตรโดยสาร”
หมายถึงการร้องขอการรับขนซึ่งกระทำโดยผู้โดยสารซึ่งบันทึกไว้โดยผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศหรือโดยตัวแทนที่ได้รับอนุญาต
“ตารางเวลา” หรือ “ตัวบอกตารางเวลา” หมายถึงรายการเวลาเดินทางออกและเข้าของเครื่องบิน ดังที่แสดงในคู่มือตารางเวลาที่ตีพิมพ์โดยผู้ประกอบการขนส่งหรือภายใต้อำนาจของผู้ประกอบการขนส่ง หรือที่นำออกสู่สายตาประชายชนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
“ตัวบอกตารางเวลา” (ดู “ตารางเวลา”)
“การสำแดงพิเศษเรื่องผลประโยชน์”
หมายถึงการแจ้งที่กระทำโดยผู้โดยสารเมื่อมีการนำสัมภาระไปตรวจเช็คซึ่งระบุว่ามีมูลค่าสูงกว่าขีดจำกัดในความรับผิดที่กำหนดโดยอนุสัญญา ในเรื่องการพิจารณาการชำระค่าเงินเพิ่ม
“สิทธิพิเศษถอนเงิน (SDR)”
หมายถึงหน่วยของบัญชีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มูลค่าของหน่วยบัญชีนั้นจะถูกกำหนดโดย IMF เป็นระยะ บนพื้นฐานของราคาของสกุลเงินอ้างอิงหลายสกุลเงินที่อยู่ในรายชื่อ
“การหยุดพักระหว่างทาง”
หมายถึงจุดที่นอกเหนือจากจุดที่เดินทางออกและเข้า ซึ่งแสดงอยู่บนบัตรโดยสารหรือที่ระบุอยู่ในตารางเวลาว่าเป็นจุดหยุดพักระหว่างทางที่กำหนดไว้ในรายละเอียดการเดินทางของผู้โดยสาร
“ป้าย” (ดู “ป้ายติดกระเป๋า”)
“ภาษี”
หมายถึงค่าธรรมเนียม ค่าภาษีและค่าภาระติดพันที่กำหนดโดยรัฐบาล ผู้ประกอบการสนามบิน หรือผู้มีอำนาจอื่นๆที่นิยามไว้ในข้อ 4 ทางด้านล่าง
“บัตรโดยสาร”
หมายถึง เอกสารที่มีผลใช้ได้ซึ่งแสดงสิทธิในการรับขน ในรูปแบบ “บัตรรางวัลท่องเที่ยวสำหรับบุคคลหรือกลุ่ม” หรือโดยวิธีการที่เทียบเท่ากับในรูปแบบไร้เอกสาร ซึ่งออกหรือมอบอำนาจให้โดยผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศหรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจทำให้สมบูรณ์ได้ด้วยแบบฟอร์มรหัสสัมภาระสำหรับสัมภาระใต้ท้องเครื่อง
บัตรโดยสารเป็นหลักฐานของสัญญาการรับขนและ ดังนั้น จึงรวมถึงเงื่อนไขทั่วไปของการรับขนนี้
ซึ่งรวมถึงหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้โดยสาร ตามที่กำหนดในอนุสัญญา
“รายละเอียดการเดินทาง” หรือ “รายละเอียดการเดินทางและใบเสร็จรับเงิน”
หมายถึงเอกสารหนึ่งหรือสองชิ้นที่ผู้ประกอบการขนส่งออกให้กับผู้โดยสาร ซึ่งเป็นการยืนยันการออกบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์และซึ่งระบุชื่อ ข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินและคำบอกกล่าวไปยังผู้โดยสาร
“สัมภาระพกพา” หรือ “สัมภาระขึ้นเครื่อง”
หมายถึงสัมภาระทั้งหมดที่ไม่ใช่สัมภาระใต้ท้องเครื่อง
สัมภาระนี้อยู่ภายใต้การดูแลรักษาของผู้โดยสาร"
ข้อ 2 - ขอบเขตของการใช้งาน
2.1.
บทบัญญัติทั่วไป
(ก) เงื่อนไขของสัญญาการรับขนคือเงื่อนไขที่อ้างถึงบัตรโดยสารของผู้โดยสาร
ภายใต้บทบัญญัติของข้อ 2.2 ทางด้านล่าง เงื่อนไขทั่วไปของการรับขนนี้ถูกนำไปใช้กับเที่ยวบินทั้งเที่ยวบิน หรือบางส่วนของเที่ยวบิน ที่หมายเลขเที่ยวบินของสายการบินแอร์ฟร้านซ์ (รหัสเที่ยวบิน “AF”) ปรากฎอยู่บนบัตรโดยสารหรือบนคูปองที่เกี่ยวข้อง
(ข) เงื่อนไขทั่วไปในการรับขนนี้ยังนำไปใช้กับการรับขนฟรีหรือลดราคาค่าโดยสาร ยกเว้นทกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาของการรับขนหรือในเอกสารสัญญาอื่นใด ซึ่งเชื่อมโยงสายการบินแอร์ฟร้านซ์เข้ากับผู้โดยสาร
(ค) การรับขนทุกประเภทอยู่ภายใต้เงื่อนไขทั่วไปของการรับขนและกฎค่าโดยสารของผู้ประกอบการขนส่งซึ่งบังคับใช้ในการสำรองบัตรโดยสารของผู้โดยสาร ณ เวลานั้น
(ง) เงื่อนไขทั่วไปของการรับขนนี้ถูกเขียนขึ้นตามอนุสัญญามอนทรีออล ลงวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 และกฎหมายยุโรปที่มีผลบังคับใช้
(จ) เงื่อนไขทั่วไปของการรับขนนี้ทำขึ้นโดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์หรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต และสามารถเข้าถึงได้ผ่านทางเว็บไซต์ของสายการบินแอร์ฟร้านซ์
2.2
บริการเช่าเหมาลำและเที่ยวบินร่วม
(ก) เที่ยวบินบางเที่ยวบินที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบการขนส่งมีความรับผิดชอบต่อการสร้างข้อตกลงบริการเช่าเหมาลำหรือเที่ยวบินร่วม
(ข) หากการรับขนมีการดำเนินการตามข้อตกลงเรื่องบริการเช่าเหมาลำและเที่ยวบินร่วม เงื่อนไขทั่วไปในการรับขนจะถูกนำมาใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่อำนวยประโยชน์มากกว่าเงื่อนไขของการรับขนแบบแท้จริง
(ค) ผู้โดยสารจะได้รับแจ้งถึงผู้ประกอบการขนส่งตัวจริง ณ เวลาที่มีการทำสัญญารับขน
ตามข้อสรุปต่อไปนี้ของสัญญาการรับขน ผู้ประกอบการขนส่งนอกจากผู้ประกอบการที่ระบุไว้บนบัตรโดยสารอาจเป็นผู้ดำเนินการขนส่งทางอากาศทั้งหมดที่มีปัญหา
ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องแจ้งให้ผู้โดยสารทราบถึงตัวตนของผู้ประกอบการขนส่ง ทันทีที่ทราบ
ในทุกๆกรณี ผู้โดยสารจะต้องได้รับแจ้ง อย่างช้าที่สุดระหว่างการเช็คอินหรือในกรณีของการต่อเที่ยวบินโดยไม่มีการเช็คอินก่อน ให้แจ้งก่อนขึ้นเครื่อง ตามกฎทีใช้บังคับ
2.3
แผนการฉุกเฉินสำหรับความล่าช้าบน Tarmac ที่นำมาใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกาคือแผนการของผู้ประกอบการขนส่งที่ดำเนินการเที่ยวบินอย่างแท้จริง (ผู้ประกอบการขนส่งแท้จริง)
2.4
อำนาจของกฎหมาย
เงื่อนไขในการรับขนทั่วไปนี้มีผลใช้บังคับในขอบเขตที่ไม่ขัดแย้งกับกฎหมายที่บังคับใช้หรือกฎที่ควบคุมความสงบเรียบร้อยของประชาชน ในกรณีดังกล่าว กฎหมายหรือกฎจะมีอำนาจเหนือกว่า
หากมีบทบัญญัติข้อหนึ่งหรือมากกว่าในเงื่อนไขทั่วไปของการรับขนนี้ ที่ไม่มีผลบังคับใช้ จะไม่มีผลกระทบใดๆต่อการมีผลบังคับใช้ของข้อบัญญัติอื่นๆ ยกเว้นในกรณีที่ไม่สามารถนำสัญญาการรับขนมาใช้ได้โดยปราศจากข้อบัญญัติซึ่งถูกประกาศว่าไม่มีผลใช้ได้หรือไม่มีผลบังคับใช้และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้และจำเป็นสำหรับการมีผลของสัญญาที่กล่าวไว้ข้างต้น
บทบัญญัติทั่วไป
(ก) เงื่อนไขของสัญญาการรับขนคือเงื่อนไขที่อ้างถึงบัตรโดยสารของผู้โดยสาร
ภายใต้บทบัญญัติของข้อ 2.2 ทางด้านล่าง เงื่อนไขทั่วไปของการรับขนนี้ถูกนำไปใช้กับเที่ยวบินทั้งเที่ยวบิน หรือบางส่วนของเที่ยวบิน ที่หมายเลขเที่ยวบินของสายการบินแอร์ฟร้านซ์ (รหัสเที่ยวบิน “AF”) ปรากฎอยู่บนบัตรโดยสารหรือบนคูปองที่เกี่ยวข้อง
(ข) เงื่อนไขทั่วไปในการรับขนนี้ยังนำไปใช้กับการรับขนฟรีหรือลดราคาค่าโดยสาร ยกเว้นทกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาของการรับขนหรือในเอกสารสัญญาอื่นใด ซึ่งเชื่อมโยงสายการบินแอร์ฟร้านซ์เข้ากับผู้โดยสาร
(ค) การรับขนทุกประเภทอยู่ภายใต้เงื่อนไขทั่วไปของการรับขนและกฎค่าโดยสารของผู้ประกอบการขนส่งซึ่งบังคับใช้ในการสำรองบัตรโดยสารของผู้โดยสาร ณ เวลานั้น
(ง) เงื่อนไขทั่วไปของการรับขนนี้ถูกเขียนขึ้นตามอนุสัญญามอนทรีออล ลงวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 และกฎหมายยุโรปที่มีผลบังคับใช้
(จ) เงื่อนไขทั่วไปของการรับขนนี้ทำขึ้นโดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์หรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต และสามารถเข้าถึงได้ผ่านทางเว็บไซต์ของสายการบินแอร์ฟร้านซ์
2.2
บริการเช่าเหมาลำและเที่ยวบินร่วม
(ก) เที่ยวบินบางเที่ยวบินที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบการขนส่งมีความรับผิดชอบต่อการสร้างข้อตกลงบริการเช่าเหมาลำหรือเที่ยวบินร่วม
(ข) หากการรับขนมีการดำเนินการตามข้อตกลงเรื่องบริการเช่าเหมาลำและเที่ยวบินร่วม เงื่อนไขทั่วไปในการรับขนจะถูกนำมาใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่อำนวยประโยชน์มากกว่าเงื่อนไขของการรับขนแบบแท้จริง
(ค) ผู้โดยสารจะได้รับแจ้งถึงผู้ประกอบการขนส่งตัวจริง ณ เวลาที่มีการทำสัญญารับขน
ตามข้อสรุปต่อไปนี้ของสัญญาการรับขน ผู้ประกอบการขนส่งนอกจากผู้ประกอบการที่ระบุไว้บนบัตรโดยสารอาจเป็นผู้ดำเนินการขนส่งทางอากาศทั้งหมดที่มีปัญหา
ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องแจ้งให้ผู้โดยสารทราบถึงตัวตนของผู้ประกอบการขนส่ง ทันทีที่ทราบ
ในทุกๆกรณี ผู้โดยสารจะต้องได้รับแจ้ง อย่างช้าที่สุดระหว่างการเช็คอินหรือในกรณีของการต่อเที่ยวบินโดยไม่มีการเช็คอินก่อน ให้แจ้งก่อนขึ้นเครื่อง ตามกฎทีใช้บังคับ
2.3
แผนการฉุกเฉินสำหรับความล่าช้าบน Tarmac ที่นำมาใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกาคือแผนการของผู้ประกอบการขนส่งที่ดำเนินการเที่ยวบินอย่างแท้จริง (ผู้ประกอบการขนส่งแท้จริง)
2.4
อำนาจของกฎหมาย
เงื่อนไขในการรับขนทั่วไปนี้มีผลใช้บังคับในขอบเขตที่ไม่ขัดแย้งกับกฎหมายที่บังคับใช้หรือกฎที่ควบคุมความสงบเรียบร้อยของประชาชน ในกรณีดังกล่าว กฎหมายหรือกฎจะมีอำนาจเหนือกว่า
หากมีบทบัญญัติข้อหนึ่งหรือมากกว่าในเงื่อนไขทั่วไปของการรับขนนี้ ที่ไม่มีผลบังคับใช้ จะไม่มีผลกระทบใดๆต่อการมีผลบังคับใช้ของข้อบัญญัติอื่นๆ ยกเว้นในกรณีที่ไม่สามารถนำสัญญาการรับขนมาใช้ได้โดยปราศจากข้อบัญญัติซึ่งถูกประกาศว่าไม่มีผลใช้ได้หรือไม่มีผลบังคับใช้และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้และจำเป็นสำหรับการมีผลของสัญญาที่กล่าวไว้ข้างต้น
ข้อ 3 - บัตรโดยสาร
3.1.
บทบัญญัติทั่วไป
(ก) บัตรโดยสารจะเป็นหลักฐาน จนกว่าจะถูกพิสูจน์ว่าเป็นอื่น ต่อการมีอยู่ของข้อสรุปและเนื้อหาในสัญญาการรับขนระหว่างผู้ประกอบการขนส่งกับผู้โดยสารซึ่งมีชื่อแสดงบนบัตรโดยสาร
(ข) บริการรับขนจะให้บริการแก่ผู้โดยสารที่มีชื่ออยู่บนบัตรเท่านั้น
ผู้ประกอบการขนส่งสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบเอกสารระบุตัวตนของผู้โดยสารเหล่านี้
ดังนั้นผู้โดยสารจะต้องสามารถจัดหาหลักฐานแสดงตัวตน รวมถึงหลักฐานะแสดงตัวตนของผู้ที่ผู้โดยสารต้องรับผิดชอบ ต่อผู้ประกอบการขนส่ง ได้ตลอดเวลาระหว่างการเดินทาง
(ค) บัตรโดยสารจะไม่สามารถถูกโอนได้ ตามกฎที่นำมาปรับใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่เกี่ยวข้องกับแพคเกจวันหยุด
หากบุคคลอื่นนอกจากบุคคลที่จะเดินทางแสดงบัตรโดยสารเพื่อวัตถุประสงค์ในการขนส่งหรือการขอคืนเงิน ผู้ประกอบการขนส่งจะไม่มีความรับผิดใดๆหาก ผู้ประกอบการขนส่งขนส่งหรือคืนเงินให้แก่บุคคลซึ่งแสดงบัตรโดยสารด้วยเจตนาอันสุจริต
(ง) บัตรใดๆที่ถูกขายในราคาเฉพาะ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขและ/หรือขอคืนเงินได้บางส่วนหรือทั้งหมด
เป็นความรับผิดชอบของผู้โดยสาร ขณะทำการสำรองบัตรโดยสาร ที่จะต้องศึกษาเงื่อนไขที่ใช้กับบัตรโดยสารนั้นๆ และ เมื่อจำเป็น จะต้องซื้อประกันที่เหมาะสมเพื่อครอบคลุมสถานการณ์ที่ผู้โดยสารอาจยกเลิกเที่ยวบิน
(จ) เนื่องจากบัตรโดยสารอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นทางการที่กำหนดให้มีขึ้น บัตรโดยสารจะถือว่าเป็นทรัพย์สินของผู้ประกอบการขนส่งที่ออกบัตรตลอดเวลา
(ฉ) ข้อยกเว้นสำหรับบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ผู้โดยสารอาจสามารถเดินทางได้หากสามารถแสดงบัตรโดยสารที่มีผลใช้ซึ่งมีคูปองที่เกี่ยวข้องสำหรับเที่ยวบินที่มีปัญหาและคูปองที่ไม่ได้ใช้อื่นๆทั้งหมด รวมถึงคูปองผู้โดยสาร
นอกจากนี้ บัตรโดยสารที่ได้รับความเสียหายหรือถูกแก้ไขเพิ่มเติมโดยบุคคลที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการขนส่งหรือหนึ่งในตัวแทนที่ได้รับอนุญาต จะไม่มีผลใช้ในการขนส่ง
สำหรับบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ผู้โดยสารจะต้องแสดงหลักฐานการระบุตัวตนและจะเดินทางไปกับเที่ยวบินได้หากบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลใช้ได้ถูกออกภายใต้ชื่อของผู้โดยสารเท่านั้น
(ช) ในกรณีของการสูญหายหรือมีความสูญเสียทั้งหมดหรือบางส่วนของบัตรโดยสาร หรือการไม่นำบัตรโดยสารที่มีคูปองผู้โดยสารมาด้วย และคูปองเที่ยวบินที่ไม่ได้ใช้ทั้งหมด ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องเปลี่ยนบัตรโดยสารดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วน ตามการร้องขอของผู้โดยสาร
การเปลี่ยนบัตรโดยสารนี้จะอยู่ในรูปแบบของบัตรโดยสารที่ออกใหม่หากว่ามีการร้องขอ หากผู้ประกอบการขนส่งมีหลักฐานว่าบัตรโดยสารที่มีผลใช้ถูกออกให้สำหรับเที่ยวบินที่มีปัญหา
ผู้ประกอบการขนส่งที่ออกบัตรโดยสารใหม่จะต้องเก็บค่าธรรมเนียมการบริหารจากผู้โดยสารสำหรับการออกบัตรใหม่ เว้นแต่การสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยผู้ประกอบการขนส่งหรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต
หากผู้โดยสารไม่ได้นำหลักฐานดังกล่าวมาแสดง ผู้ประกอบการขนส่งที่เป็นผู้ออกบัตรใหม่อาจร้องขอให้ผู้โดยสารชำระยอดค่าโดยสารรวมสำหรับการเปลี่ยนบัตรโดยสารนั้น
การชำระเงินนี้จะถูกเรียกคืนได้หากผู้ประกอบการขนส่งมีหลักฐานว่าบัตรที่สูญหายหรือเสียหายไม่ได้ถูกใช้ในช่วงเวลาที่มีผลใช้ได้ หรือ หากในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ผู้โดยสารพบบัตรโดยสารต้นฉบับและยื่นต่อผู้ประกอบการขนส่ง
(ซ) เป็นความรับผิดชอบของผู้โดยสารที่จะใช้ทุกมาตรการเพื่อให้มั่นใจว่าบัตรโดยสารไม่สูญหายหรือถูกขโมย
(ฌ) หากผู้โดยสารได้รับประโยชน์จากการลดราคาค่าโดยสารหรือค่าโดยสารภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ ผู้โดยสารจะสามารถแสดงเอกสารประกอบที่เหมาะสมที่แสดงสิทธิ์ในค่าโดยสารพิเศษนี้ให้แก่เจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของผู้ประกอบการขนส่งได้ตลอดเวลาระหว่างการเดินทาง และจะต้องพิสูจน์การมีผลบังคับใช้สิทธิ์นั้น
หากไม่สามารถทำได้ จะต้องมีการปรับอัตราค่าโดยสาร ซึ่งเท่ากับผลต่างระหว่างยอดค่าโดยสารรวมที่ชำระไว้เบื้องต้นกับยอดค่าโดยสารรวมที่ผู้โดยสารควรจะต้องชำระ ไม่เช่นนั้นผู้โดยสารจะไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่อง
3.2.
ระยะเวลาที่มีผลใช้ได้
(ก) เว้นแต่กรณีที่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในเรื่องบัตรโดยสารหรือเงื่อนไขทั่วไปในการรับขนนี้ และยกเว้นค่าโดยสารที่กระทบต่อระยะเวลาที่มีผลใช้ได้ของบัตรโดยสาร ดังที่ระบุให้ผู้โดยสารได้ทราบเมื่อทำการซื้อบัตรโดยสารหรือระบุไว้บนตัวบัตร บัตรโดยสารจะมีผลใช้ได้ในการขนส่ง:
(ข) หากผู้โดยสารผู้ครอบครองบัตรโดยสารที่มีผลใช้ได้ไม่สามารถเดินทางได้ระหว่างระยะเวลาที่บัตรโดยสารมีผลบังคับใช้เนื่องจากขณะที่ผู้โดยสารขอทำการสำรองเที่ยวบิน ผู้ประกอบการขนส่งไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะยืนยันการสำรองเที่ยวบินที่ร้องขอโดยผู้โดยสาร:
(ค) หาก หลังจากเริ่มต้นการเดินทางแล้ว ผู้โดยสารถูกยับยั้งเนื่องด้วยเหตุผลทางสุขภาพ ไม่ให้เดินทางต่อในระยะเวลาที่บัตรโดยสารมีผลใช้ได้ ผู้ประกอบการขนส่งอาจขยายระยะเวลาที่บัตรโดยสารมีผลใช้ได้จนถึงวันที่ที่ผู้โดยสารอยู่ในสถานะที่จะสามารถเดินทางได้อีกครั้งหนึ่งหรือจนกว่าจะถึงวันที่ของเที่ยวบินแรกที่มีว่างอยู่ พร้อมกับที่มีการแสดงใบรับรองแพทย์ที่เหมาะสมระบุเหตุผลทางด้านสุขภาพที่ยับยั้งไม่ให้ผู้โดยสารเดินทางต่อและในกรณีที่ผู้โดยสารไม่ทราบปัญหาทางสุขภาพนี้ขณะที่ดำเนินการสำรองเที่ยวบิน
การขยายระยะเวลาดังกล่าวจะเริ่มจากจุดที่การเดินทางถูกขัดเท่านั้น และจะมีผลใช้ในการขนส่งได้สำหรับระดับชั้นที่ชำระค่าโดยสารไว้ในตอนแรก
หากคูปองเที่ยวบินที่ไม่ได้ใช้ระบุสถานที่หยุดพักหนึ่งสถานที่หรือมากกว่า อายุใช้งานของบัตรโดยสารอาจถูกขยายไปเป็นระยะเวลาสูงสุดสามเดือน นับจากวันที่ที่แสดงอยู่บนใบรับรองแพทย์ที่นำมาแสดง
ในทำนองเดียวกัน ตามการร้องขอ สายการบินแอร์ฟร้านซ์อาจขยายระยะเวลาที่มีผลใช้ได้ของบัตรโดยสารสำหรับสมาชิกในครอบครัวใกล้ชิดที่มากับผู้โดยสาร โดยสอดคล้องกับเงื่อนไขเรื่องหลักฐานที่ระบุไว้ด้านบน
strong>(จ) ในกรณีที่ผู้โดยสารเสียชีวิตระหว่างการเดินทาง บัตรโดยสารของบุคคลที่เดินทางมากับผู้โดยสารที่เสียชีวิตอาจถูกเปลี่ยนแปลง โดยละเว้นข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาพักอาศัยต่ำสุด หรือโดยการขยายระยะเวลาที่มีผลใช้ของบัตรดังกล่าว
ในกรณีของการเสียชีวิตของสมาชิกในครอบครัวใกล้ชิดของผู้โดยยสารซึ่งได้เริ่มการเดินทางแล้ว ระยะเวลาของบัตรโดยสารที่มีผลใช้ได้สำหรับตัวผู้โดยสารและสำหรับสมาชิกในครอบครัวใกลชิดที่เดินทางมากับผู้โดยสารที่เสียชีวิตอาจมีการเปลี่ยนแปลงในทำนองเดียวกัน
การเปลี่ยนแปลงใดๆที่กล่าวถึงทางด้านบนอาจดำเนินการได้เมื่อได้รับมรณบัตรที่ถูกต้องแล้วเท่านั้น
การขยายระยะเวลาด้านบนจะเริ่มต้นขึ้นได้เฉพาะจากจุดที่การเดินทางถูกขัดจังหวะและจะมีผลใช้ได้สำหรับการขนส่งในระดับชั้นที่ได้ชำระยอดค่าโดยสารรวมมาแล้วเท่านั้น
การขยายเวลาใดๆจะต้องไม่เกินกว่าสี่สิบห้า (45) วันนับจากวันที่เสียชีวิต
3.3
เหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นโดยผู้โดยสาร
หากผู้โดยสารครอบครองบัตรโดยสาร ดังที่อธิบายไว้ในข้อ 3.1 (จ) ทางด้านบน ซึ่งผู้โดยสารไม่ได้ใช้หรือได้ใช้ไปบางส่วน และหากผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางได้ด้วยเหตุสุดวิสัยดังที่นิยามไว้ในข้อที่ 1 ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องออกเอกสารแสดงสินเชื่อตามยอดค่าโดยสารรวมสำหรับบัตรโดยสารแบบไม่สามารถขอคืนเงิน และ/หรือ บัตรโดยสารแบบไม่สาามรถแก้ไขเพิ่มเติมได้ ให้แก่ผู้โดยสาร ซึ่งมีอายุใช้งานหนึ่งปี สำหรับการเดินทางครั้งต่อไปกับเที่ยวบินของผู้ประกอบการขนส่งและขึ้นอยู่กับค่าธรรมเนียมการบริหารที่มีผลบังคับใช้ หากผู้โดยสารแจ้งผู้ประกอบการขนส่งโดยเร็วที่สุดและแสดงหลักฐานของเหตุสุดวิสัยนั้น
3.4
ลำดับการใช้คูปองเที่ยวบิน
(ก) ค่าโดยสารที่ประยุกต์ใช้ในวันที่บัตรโดยสารสามารถใช้ได้เฉพาะกับบัตรโดยสารที่ถูกใช้โดยสมบูรณ์แล้วเท่านั้น และตามลำดับของคูปปองเที่ยวบินสำหรับการเดินทางที่ระบุและในวันที่ที่ระบุ
การใช้งานที่ไม่สอดคล้องใดๆอาจส่งผลต่อค่าโดยสารเพิ่มเติมภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ทางด้านล่าง
(ข) ยอดค่าโดยสารรวม กำหนดตามรายละเอียด วันที่ของเที่ยวบิน และเส้นทางบินที่ระบุไว้บนบัตรโดยสารซึ่งสอดคล้องกับจุดเดินทางออกและจุดเดินทางเข้า ผ่านทางจุดแวะพักใดๆที่ระบุไว้ในตารางเมื่อบัตรโดยสารถูกซื้อ และเป็นส่วนที่ทำให้สัญญาของการรับขนนี้สมบูรณ์
(ค) การเปลี่ยนแปลงจุดเดินทางออกหรือเดินทางเข้าสำหรับการเดินทางของผู้โดยสาร เช่น) หากผู้โดยสารไม่ใช้คูปองลำดับแรกหรือไม่ได้ใช้คูปองทั้งหมดหรือหากคูปองไม่ได้ถูกใช้ตามลำดับการออกคูปอง อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในยอดค่าโดยสารรวมที่ผู้โดยสารได้ชำระไว้เบื้องต้น
ค่าโดยสารจำนวนมากจะมีผลใช้เฉพาะในวันที่และเฉพาะเที่ยวบินที่ระบุไว้บนบัตรโดยสารเท่านั้น
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงดังด้านบน ผู้โดยสารอาจต้องชำระค่าโดยสารเพิ่มเติม [หรืออาจได้รับสิทธิ์รับเงินคืนแล้วแต่กรณี] เท่ากับผลต่างระหว่างยอดค่าโดยสารรวมที่ชำระในครั้งแรกกับยอดค่าโดยสารรวมที่ผู้โดยสารควรจะต้องชำระเมื่อมีการออกบัตรโดยสารสำหรับการเดินทางที่ผู้โดยสารเดินทางจริง
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง อาจมีการเก็บค่าธรรมเนียมการบริหาร ถ้ามี
(จ) หากผู้โดยสารไม่ได้ใช้คูปองเที่ยวบินทั้งหมดหยุดการเดินทางก่อนกำหนด ผู้โดยสารอาจต้องชำระเงินในยอดตายตัวซึ่งระบุไว้โดยผู้ประกอบการขนส่งเมื่อมีการสำรองบัตรโดยสาร เพื่อที่จะสามารถขอคืนสัมภาระใต้ท้องเครื่อง
3.5
การเปลี่ยนแปลงที่ผู้โดยสารประสงค์จะดำเนินการจะเป็นไปตามเงื่อนไขค่าโดยสารที่มากับบัตรโดยสารและจะต้องชำระค่าะรรมเนียมการบริหารที่ใช้บังคับ
3.6
การระบุตัวตนของผู้ประกอบการขนส่ง
ตัวตนของผู้ประกอบการขนส่งอาจถูกแสดงเป็นตัวย่อบนบัตรโดยสาร โดยใช้รหัสที่กำหนดไว้ (ดังที่นิยามไว้ในข้อ 1)
ที่อยู่ของผู้ประกอบการขนส่งควรเป็นที่อยู่เดียวกับที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียนหรือสถานประกอบการหลัก
บทบัญญัติทั่วไป
(ก) บัตรโดยสารจะเป็นหลักฐาน จนกว่าจะถูกพิสูจน์ว่าเป็นอื่น ต่อการมีอยู่ของข้อสรุปและเนื้อหาในสัญญาการรับขนระหว่างผู้ประกอบการขนส่งกับผู้โดยสารซึ่งมีชื่อแสดงบนบัตรโดยสาร
(ข) บริการรับขนจะให้บริการแก่ผู้โดยสารที่มีชื่ออยู่บนบัตรเท่านั้น
ผู้ประกอบการขนส่งสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบเอกสารระบุตัวตนของผู้โดยสารเหล่านี้
ดังนั้นผู้โดยสารจะต้องสามารถจัดหาหลักฐานแสดงตัวตน รวมถึงหลักฐานะแสดงตัวตนของผู้ที่ผู้โดยสารต้องรับผิดชอบ ต่อผู้ประกอบการขนส่ง ได้ตลอดเวลาระหว่างการเดินทาง
(ค) บัตรโดยสารจะไม่สามารถถูกโอนได้ ตามกฎที่นำมาปรับใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่เกี่ยวข้องกับแพคเกจวันหยุด
หากบุคคลอื่นนอกจากบุคคลที่จะเดินทางแสดงบัตรโดยสารเพื่อวัตถุประสงค์ในการขนส่งหรือการขอคืนเงิน ผู้ประกอบการขนส่งจะไม่มีความรับผิดใดๆหาก ผู้ประกอบการขนส่งขนส่งหรือคืนเงินให้แก่บุคคลซึ่งแสดงบัตรโดยสารด้วยเจตนาอันสุจริต
(ง) บัตรใดๆที่ถูกขายในราคาเฉพาะ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขและ/หรือขอคืนเงินได้บางส่วนหรือทั้งหมด
เป็นความรับผิดชอบของผู้โดยสาร ขณะทำการสำรองบัตรโดยสาร ที่จะต้องศึกษาเงื่อนไขที่ใช้กับบัตรโดยสารนั้นๆ และ เมื่อจำเป็น จะต้องซื้อประกันที่เหมาะสมเพื่อครอบคลุมสถานการณ์ที่ผู้โดยสารอาจยกเลิกเที่ยวบิน
(จ) เนื่องจากบัตรโดยสารอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นทางการที่กำหนดให้มีขึ้น บัตรโดยสารจะถือว่าเป็นทรัพย์สินของผู้ประกอบการขนส่งที่ออกบัตรตลอดเวลา
(ฉ) ข้อยกเว้นสำหรับบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ผู้โดยสารอาจสามารถเดินทางได้หากสามารถแสดงบัตรโดยสารที่มีผลใช้ซึ่งมีคูปองที่เกี่ยวข้องสำหรับเที่ยวบินที่มีปัญหาและคูปองที่ไม่ได้ใช้อื่นๆทั้งหมด รวมถึงคูปองผู้โดยสาร
นอกจากนี้ บัตรโดยสารที่ได้รับความเสียหายหรือถูกแก้ไขเพิ่มเติมโดยบุคคลที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการขนส่งหรือหนึ่งในตัวแทนที่ได้รับอนุญาต จะไม่มีผลใช้ในการขนส่ง
สำหรับบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ผู้โดยสารจะต้องแสดงหลักฐานการระบุตัวตนและจะเดินทางไปกับเที่ยวบินได้หากบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลใช้ได้ถูกออกภายใต้ชื่อของผู้โดยสารเท่านั้น
(ช) ในกรณีของการสูญหายหรือมีความสูญเสียทั้งหมดหรือบางส่วนของบัตรโดยสาร หรือการไม่นำบัตรโดยสารที่มีคูปองผู้โดยสารมาด้วย และคูปองเที่ยวบินที่ไม่ได้ใช้ทั้งหมด ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องเปลี่ยนบัตรโดยสารดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วน ตามการร้องขอของผู้โดยสาร
การเปลี่ยนบัตรโดยสารนี้จะอยู่ในรูปแบบของบัตรโดยสารที่ออกใหม่หากว่ามีการร้องขอ หากผู้ประกอบการขนส่งมีหลักฐานว่าบัตรโดยสารที่มีผลใช้ถูกออกให้สำหรับเที่ยวบินที่มีปัญหา
ผู้ประกอบการขนส่งที่ออกบัตรโดยสารใหม่จะต้องเก็บค่าธรรมเนียมการบริหารจากผู้โดยสารสำหรับการออกบัตรใหม่ เว้นแต่การสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยผู้ประกอบการขนส่งหรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต
หากผู้โดยสารไม่ได้นำหลักฐานดังกล่าวมาแสดง ผู้ประกอบการขนส่งที่เป็นผู้ออกบัตรใหม่อาจร้องขอให้ผู้โดยสารชำระยอดค่าโดยสารรวมสำหรับการเปลี่ยนบัตรโดยสารนั้น
การชำระเงินนี้จะถูกเรียกคืนได้หากผู้ประกอบการขนส่งมีหลักฐานว่าบัตรที่สูญหายหรือเสียหายไม่ได้ถูกใช้ในช่วงเวลาที่มีผลใช้ได้ หรือ หากในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ผู้โดยสารพบบัตรโดยสารต้นฉบับและยื่นต่อผู้ประกอบการขนส่ง
(ซ) เป็นความรับผิดชอบของผู้โดยสารที่จะใช้ทุกมาตรการเพื่อให้มั่นใจว่าบัตรโดยสารไม่สูญหายหรือถูกขโมย
(ฌ) หากผู้โดยสารได้รับประโยชน์จากการลดราคาค่าโดยสารหรือค่าโดยสารภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ ผู้โดยสารจะสามารถแสดงเอกสารประกอบที่เหมาะสมที่แสดงสิทธิ์ในค่าโดยสารพิเศษนี้ให้แก่เจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของผู้ประกอบการขนส่งได้ตลอดเวลาระหว่างการเดินทาง และจะต้องพิสูจน์การมีผลบังคับใช้สิทธิ์นั้น
หากไม่สามารถทำได้ จะต้องมีการปรับอัตราค่าโดยสาร ซึ่งเท่ากับผลต่างระหว่างยอดค่าโดยสารรวมที่ชำระไว้เบื้องต้นกับยอดค่าโดยสารรวมที่ผู้โดยสารควรจะต้องชำระ ไม่เช่นนั้นผู้โดยสารจะไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่อง
3.2.
ระยะเวลาที่มีผลใช้ได้
(ก) เว้นแต่กรณีที่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในเรื่องบัตรโดยสารหรือเงื่อนไขทั่วไปในการรับขนนี้ และยกเว้นค่าโดยสารที่กระทบต่อระยะเวลาที่มีผลใช้ได้ของบัตรโดยสาร ดังที่ระบุให้ผู้โดยสารได้ทราบเมื่อทำการซื้อบัตรโดยสารหรือระบุไว้บนตัวบัตร บัตรโดยสารจะมีผลใช้ได้ในการขนส่ง:
- เป็นระยะเวลาหนึ่งปี นับจากวันที่ออกบัตรโดยสาร หรือ
- เป็นระยะเวลาหนึ่งปี นับจากวันที่ใช้คูปองใบแรก หากการใช้นั้นเกิดขึ้นภายในหนึ่งปีนับจากวันที่บนบัตรโดยสาร
(ข) หากผู้โดยสารผู้ครอบครองบัตรโดยสารที่มีผลใช้ได้ไม่สามารถเดินทางได้ระหว่างระยะเวลาที่บัตรโดยสารมีผลบังคับใช้เนื่องจากขณะที่ผู้โดยสารขอทำการสำรองเที่ยวบิน ผู้ประกอบการขนส่งไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะยืนยันการสำรองเที่ยวบินที่ร้องขอโดยผู้โดยสาร:
- อายุการใช้งานของบัตรโดยสารดังกล่าวอาจถูกยืดออกไป
- หรือผู้โดยอาจยอมรับค่าโดยสารที่มีการปรับให้สอดคล้องกัน
หรืออาจขอคืนยอดค่าโดยสารรวม ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อ 14 ทางด้านล่าง แม้กรณีที่บัตรโดยสารไม่สามารถขอคืนเงินได้ก็ตาม
(ค) หาก หลังจากเริ่มต้นการเดินทางแล้ว ผู้โดยสารถูกยับยั้งเนื่องด้วยเหตุผลทางสุขภาพ ไม่ให้เดินทางต่อในระยะเวลาที่บัตรโดยสารมีผลใช้ได้ ผู้ประกอบการขนส่งอาจขยายระยะเวลาที่บัตรโดยสารมีผลใช้ได้จนถึงวันที่ที่ผู้โดยสารอยู่ในสถานะที่จะสามารถเดินทางได้อีกครั้งหนึ่งหรือจนกว่าจะถึงวันที่ของเที่ยวบินแรกที่มีว่างอยู่ พร้อมกับที่มีการแสดงใบรับรองแพทย์ที่เหมาะสมระบุเหตุผลทางด้านสุขภาพที่ยับยั้งไม่ให้ผู้โดยสารเดินทางต่อและในกรณีที่ผู้โดยสารไม่ทราบปัญหาทางสุขภาพนี้ขณะที่ดำเนินการสำรองเที่ยวบิน
การขยายระยะเวลาดังกล่าวจะเริ่มจากจุดที่การเดินทางถูกขัดเท่านั้น และจะมีผลใช้ในการขนส่งได้สำหรับระดับชั้นที่ชำระค่าโดยสารไว้ในตอนแรก
หากคูปองเที่ยวบินที่ไม่ได้ใช้ระบุสถานที่หยุดพักหนึ่งสถานที่หรือมากกว่า อายุใช้งานของบัตรโดยสารอาจถูกขยายไปเป็นระยะเวลาสูงสุดสามเดือน นับจากวันที่ที่แสดงอยู่บนใบรับรองแพทย์ที่นำมาแสดง
ในทำนองเดียวกัน ตามการร้องขอ สายการบินแอร์ฟร้านซ์อาจขยายระยะเวลาที่มีผลใช้ได้ของบัตรโดยสารสำหรับสมาชิกในครอบครัวใกล้ชิดที่มากับผู้โดยสาร โดยสอดคล้องกับเงื่อนไขเรื่องหลักฐานที่ระบุไว้ด้านบน
strong>(จ) ในกรณีที่ผู้โดยสารเสียชีวิตระหว่างการเดินทาง บัตรโดยสารของบุคคลที่เดินทางมากับผู้โดยสารที่เสียชีวิตอาจถูกเปลี่ยนแปลง โดยละเว้นข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาพักอาศัยต่ำสุด หรือโดยการขยายระยะเวลาที่มีผลใช้ของบัตรดังกล่าว
ในกรณีของการเสียชีวิตของสมาชิกในครอบครัวใกล้ชิดของผู้โดยยสารซึ่งได้เริ่มการเดินทางแล้ว ระยะเวลาของบัตรโดยสารที่มีผลใช้ได้สำหรับตัวผู้โดยสารและสำหรับสมาชิกในครอบครัวใกลชิดที่เดินทางมากับผู้โดยสารที่เสียชีวิตอาจมีการเปลี่ยนแปลงในทำนองเดียวกัน
การเปลี่ยนแปลงใดๆที่กล่าวถึงทางด้านบนอาจดำเนินการได้เมื่อได้รับมรณบัตรที่ถูกต้องแล้วเท่านั้น
การขยายระยะเวลาด้านบนจะเริ่มต้นขึ้นได้เฉพาะจากจุดที่การเดินทางถูกขัดจังหวะและจะมีผลใช้ได้สำหรับการขนส่งในระดับชั้นที่ได้ชำระยอดค่าโดยสารรวมมาแล้วเท่านั้น
การขยายเวลาใดๆจะต้องไม่เกินกว่าสี่สิบห้า (45) วันนับจากวันที่เสียชีวิต
3.3
เหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นโดยผู้โดยสาร
หากผู้โดยสารครอบครองบัตรโดยสาร ดังที่อธิบายไว้ในข้อ 3.1 (จ) ทางด้านบน ซึ่งผู้โดยสารไม่ได้ใช้หรือได้ใช้ไปบางส่วน และหากผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางได้ด้วยเหตุสุดวิสัยดังที่นิยามไว้ในข้อที่ 1 ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องออกเอกสารแสดงสินเชื่อตามยอดค่าโดยสารรวมสำหรับบัตรโดยสารแบบไม่สามารถขอคืนเงิน และ/หรือ บัตรโดยสารแบบไม่สาามรถแก้ไขเพิ่มเติมได้ ให้แก่ผู้โดยสาร ซึ่งมีอายุใช้งานหนึ่งปี สำหรับการเดินทางครั้งต่อไปกับเที่ยวบินของผู้ประกอบการขนส่งและขึ้นอยู่กับค่าธรรมเนียมการบริหารที่มีผลบังคับใช้ หากผู้โดยสารแจ้งผู้ประกอบการขนส่งโดยเร็วที่สุดและแสดงหลักฐานของเหตุสุดวิสัยนั้น
3.4
ลำดับการใช้คูปองเที่ยวบิน
(ก) ค่าโดยสารที่ประยุกต์ใช้ในวันที่บัตรโดยสารสามารถใช้ได้เฉพาะกับบัตรโดยสารที่ถูกใช้โดยสมบูรณ์แล้วเท่านั้น และตามลำดับของคูปปองเที่ยวบินสำหรับการเดินทางที่ระบุและในวันที่ที่ระบุ
การใช้งานที่ไม่สอดคล้องใดๆอาจส่งผลต่อค่าโดยสารเพิ่มเติมภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ทางด้านล่าง
(ข) ยอดค่าโดยสารรวม กำหนดตามรายละเอียด วันที่ของเที่ยวบิน และเส้นทางบินที่ระบุไว้บนบัตรโดยสารซึ่งสอดคล้องกับจุดเดินทางออกและจุดเดินทางเข้า ผ่านทางจุดแวะพักใดๆที่ระบุไว้ในตารางเมื่อบัตรโดยสารถูกซื้อ และเป็นส่วนที่ทำให้สัญญาของการรับขนนี้สมบูรณ์
(ค) การเปลี่ยนแปลงจุดเดินทางออกหรือเดินทางเข้าสำหรับการเดินทางของผู้โดยสาร เช่น) หากผู้โดยสารไม่ใช้คูปองลำดับแรกหรือไม่ได้ใช้คูปองทั้งหมดหรือหากคูปองไม่ได้ถูกใช้ตามลำดับการออกคูปอง อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในยอดค่าโดยสารรวมที่ผู้โดยสารได้ชำระไว้เบื้องต้น
ค่าโดยสารจำนวนมากจะมีผลใช้เฉพาะในวันที่และเฉพาะเที่ยวบินที่ระบุไว้บนบัตรโดยสารเท่านั้น
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงดังด้านบน ผู้โดยสารอาจต้องชำระค่าโดยสารเพิ่มเติม [หรืออาจได้รับสิทธิ์รับเงินคืนแล้วแต่กรณี] เท่ากับผลต่างระหว่างยอดค่าโดยสารรวมที่ชำระในครั้งแรกกับยอดค่าโดยสารรวมที่ผู้โดยสารควรจะต้องชำระเมื่อมีการออกบัตรโดยสารสำหรับการเดินทางที่ผู้โดยสารเดินทางจริง
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง อาจมีการเก็บค่าธรรมเนียมการบริหาร ถ้ามี
(จ) หากผู้โดยสารไม่ได้ใช้คูปองเที่ยวบินทั้งหมดหยุดการเดินทางก่อนกำหนด ผู้โดยสารอาจต้องชำระเงินในยอดตายตัวซึ่งระบุไว้โดยผู้ประกอบการขนส่งเมื่อมีการสำรองบัตรโดยสาร เพื่อที่จะสามารถขอคืนสัมภาระใต้ท้องเครื่อง
3.5
การเปลี่ยนแปลงที่ผู้โดยสารประสงค์จะดำเนินการจะเป็นไปตามเงื่อนไขค่าโดยสารที่มากับบัตรโดยสารและจะต้องชำระค่าะรรมเนียมการบริหารที่ใช้บังคับ
3.6
การระบุตัวตนของผู้ประกอบการขนส่ง
ตัวตนของผู้ประกอบการขนส่งอาจถูกแสดงเป็นตัวย่อบนบัตรโดยสาร โดยใช้รหัสที่กำหนดไว้ (ดังที่นิยามไว้ในข้อ 1)
ที่อยู่ของผู้ประกอบการขนส่งควรเป็นที่อยู่เดียวกับที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียนหรือสถานประกอบการหลัก
ข้อ 4 - ค่าโดยสาร ค่าภาษี ค่าธรรมเนียม ค่าภาระติดพัน
4.1
ค่าโดยสาร
เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น ค่าโดยสารสำหรับบัตรโดยสารจะใช้กับการขนส่งจากสนามบิน ณ จุดเดินทางออก ไปยังสนามบิน ณ จุดเดินทางเข้าเท่านั้น
ค่าโดยสารไม่รวมถึงการขนส่งภาคพื้นดินระหว่างสนามบินกับสนามบินหรือระหว่างสนามบินกับเมือง
ค่าโดยสารจะต้องถูกคำนวณตามค่าโดยสารที่กำหนดไว้ในวันที่สำรองบัตรโดยสาร สำหรับการเดินทางที่ระบุตามวันที่ และสำหรับรายละเอียดการเดินทางที่แสดงอยู่บนบัตรโดยสารนั้น
การเปลี่ยนแปลงใดๆที่มีต่อรายละเอียดการเดินทางหรือวันที่เดินทางอาจส่งผลต่อค่าโดยสารที่ใช้บังคับ
ค่าโดยสารที่ใช้บังคับคือค่าโดยสารที่เผยแพร่โดยผู้ประกอบการขนส่งหรือคำนวณโดยผู้ประกอบการขนส่ง ตามกฎค่าโดยสารที่กำหนดสำหรับเที่ยวบินที่ระบุ จากจุดเดินทางออกไปยังจุดเดินทางเข้า สำหรับระดับชั้นโดยสารที่ระบุ ในวันที่สำรองบัตรโดยสาร
เมื่อทำการสำรองบัตรโดยสาร ผู้โดยสารจะต้องได้รับแจ้งยอดค่าโดยสารรวมสำหรับบัตรโดยสารและค่าธรรมเนียมการออกบัตร รวมถึงค่าโดยสารทั้งหมดสำหรับบัตรโดยสาร (ประกอบด้วยยอดค่าโดยสารรวมและค่าธรรมเนียมการออกบัตร)
4.2.
ค่าธรรมเนียม ค่าภาษี และค่าภาระติดพัน
ค่าธรรมเนียม ค่าภาษีหรือค่าภาระติดพันที่กำหนดโดยรัฐบาล โดยผู้มีอำนาจอื่นใด หรือโดยผู้ประกอบการสนามบิน จะต้องถูกชำระโดยผู้โดยสาร
เมื่อทำการสำรองบัตรโดยสาร ผู้โดยสารจะต้องได้รับแจ้งถึงค่าธรรมเนียม ค่าภาษี หรือค่าภาระติดพันดังกล่าว ซึ่งจะถูกเรียกเก็บเพิ่มเติมจากค่าโดยสารสุทธิและจะถูกแสดงแยกอยู่บนบัตรโดยสาร
ค่าธรรมเนียม ค่าภาษี และค่าภาระติดพันเหล่านี้ อาจถูกกำหนดให้มีหรือถูกเพิ่มโดยรัฐบาล ผู้มีอำนาจรายอื่น หรือโดยผู้ประกอบการสนามบินหลังจากวันที่ในการสำรองบัตรโดยสาร
ในกรณีนี้ ผู้โดยสารจะต้องชำระเงินตามที่ระบุ
ในทางกลับกัน หากค่าธรรมเนียม ค่าภาษี และค่าภาระติดพันถูกลดจำนวนหรือถูกยกเลิก ผู้โดยสารอาจได้รับเงินคืนตามจำนวนทีปรับลดลงหรือที่ยกเลิกไป
หากผู้โดยสารไม่ได้เดินทางในเที่ยวบินที่ได้ยืนยันการสำรองที่นั่ง ผู้โดยสารจะได้รับประโยชน์จากค่าคืนเงินของภาษีดังกล่าว ค่าธรรมเนียมสนามบิน และค่าธรรมเนียมอื่นๆ การชำระเงินดังกล่าวสัมพันธ์กับการขึ้นเครื่องจริงของผู้โดยสาร ตามกฎทีใช้บังคับ
4.3
ค่าธรรมเนียมออกบัตรที่เรียกเก็บโดยผู้ประกอบการขนส่ง
ผู้โดยสารอาจถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมออกบัตรโดยผู้ประกอบการขนส่งสำหรับการพิจารณาออกบัตรโดยสาร
ค่าธรรมเนียมออกบัตรแตกต่างกันไปตามประเภทของการเดินทาง ค่าโดยสารและช่องทางการจำหน่ายบัตรโดยสาร
ค่าธรรมเนียมเหล่านี้จะถูกเพิ่มอยู่ในยอดค่าใช้จ่ายรวม
ค่าธรรมเนียมออกบัตรที่เรียกเก็บโดยผู้ประกอบการขนส่ง ถ้ามี ไม่สามารถขอคืนเงินได้ ยกเว้นในกรณีที่บัตรโดยสารถูกยกเลิกเนื่องจากความผิดพลาดในส่วนของผู้ประกอบการขนส่ง
ผู้โดยสารจะต้องได้รับแจ้งจำนวนค่าธรรมเนียมออกบัตรซึ่งจะถูกเรียกเก็บโดยผู้ประกอบการขนส่งก่อนการตัดสินใจครั้งสุดท้ายในการสำรองบัตรโดยสาร
จำนวนค่าธรรมเนียมออกบัตรที่เรียกเก็บโดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์มีระบุให้ทราบโดยผู้ประกอบการขนส่งในเว็บไซต์ของผู้ประกอบการขนส่ง
4.4
สกุลเงินสำหรับการชำระเงิน
ค่าโดยสารสุทธิ ค่าภาษี ค่าธรรมเนียมออกบัตรและค่าธรรมเนียมบริหารจะถูกจ่ายในสกุลเงินของประเทศที่มีการซื้อบัตรโดยสาร เว้นแต่มีการระบุให้ใช้สกุลเงินอื่นโดยผู้ประกอบการขนส่งหรือโดยตัวแทนทีที่ได้รับอนุญาต ในเวลาที่หรือก่อนที่จะมีการซื้อบัตรโดยสาร (ตัวอย่างเช่น เนื่องจากสกุลเงินท้องถิ่นไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสกุลอื่นได้)
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการขนส่งอาจยอมรับการชำเงินในสกุลอื่นตามดุลยพินิจของตน
ค่าโดยสาร
เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น ค่าโดยสารสำหรับบัตรโดยสารจะใช้กับการขนส่งจากสนามบิน ณ จุดเดินทางออก ไปยังสนามบิน ณ จุดเดินทางเข้าเท่านั้น
ค่าโดยสารไม่รวมถึงการขนส่งภาคพื้นดินระหว่างสนามบินกับสนามบินหรือระหว่างสนามบินกับเมือง
ค่าโดยสารจะต้องถูกคำนวณตามค่าโดยสารที่กำหนดไว้ในวันที่สำรองบัตรโดยสาร สำหรับการเดินทางที่ระบุตามวันที่ และสำหรับรายละเอียดการเดินทางที่แสดงอยู่บนบัตรโดยสารนั้น
การเปลี่ยนแปลงใดๆที่มีต่อรายละเอียดการเดินทางหรือวันที่เดินทางอาจส่งผลต่อค่าโดยสารที่ใช้บังคับ
ค่าโดยสารที่ใช้บังคับคือค่าโดยสารที่เผยแพร่โดยผู้ประกอบการขนส่งหรือคำนวณโดยผู้ประกอบการขนส่ง ตามกฎค่าโดยสารที่กำหนดสำหรับเที่ยวบินที่ระบุ จากจุดเดินทางออกไปยังจุดเดินทางเข้า สำหรับระดับชั้นโดยสารที่ระบุ ในวันที่สำรองบัตรโดยสาร
เมื่อทำการสำรองบัตรโดยสาร ผู้โดยสารจะต้องได้รับแจ้งยอดค่าโดยสารรวมสำหรับบัตรโดยสารและค่าธรรมเนียมการออกบัตร รวมถึงค่าโดยสารทั้งหมดสำหรับบัตรโดยสาร (ประกอบด้วยยอดค่าโดยสารรวมและค่าธรรมเนียมการออกบัตร)
4.2.
ค่าธรรมเนียม ค่าภาษี และค่าภาระติดพัน
ค่าธรรมเนียม ค่าภาษีหรือค่าภาระติดพันที่กำหนดโดยรัฐบาล โดยผู้มีอำนาจอื่นใด หรือโดยผู้ประกอบการสนามบิน จะต้องถูกชำระโดยผู้โดยสาร
เมื่อทำการสำรองบัตรโดยสาร ผู้โดยสารจะต้องได้รับแจ้งถึงค่าธรรมเนียม ค่าภาษี หรือค่าภาระติดพันดังกล่าว ซึ่งจะถูกเรียกเก็บเพิ่มเติมจากค่าโดยสารสุทธิและจะถูกแสดงแยกอยู่บนบัตรโดยสาร
ค่าธรรมเนียม ค่าภาษี และค่าภาระติดพันเหล่านี้ อาจถูกกำหนดให้มีหรือถูกเพิ่มโดยรัฐบาล ผู้มีอำนาจรายอื่น หรือโดยผู้ประกอบการสนามบินหลังจากวันที่ในการสำรองบัตรโดยสาร
ในกรณีนี้ ผู้โดยสารจะต้องชำระเงินตามที่ระบุ
ในทางกลับกัน หากค่าธรรมเนียม ค่าภาษี และค่าภาระติดพันถูกลดจำนวนหรือถูกยกเลิก ผู้โดยสารอาจได้รับเงินคืนตามจำนวนทีปรับลดลงหรือที่ยกเลิกไป
หากผู้โดยสารไม่ได้เดินทางในเที่ยวบินที่ได้ยืนยันการสำรองที่นั่ง ผู้โดยสารจะได้รับประโยชน์จากค่าคืนเงินของภาษีดังกล่าว ค่าธรรมเนียมสนามบิน และค่าธรรมเนียมอื่นๆ การชำระเงินดังกล่าวสัมพันธ์กับการขึ้นเครื่องจริงของผู้โดยสาร ตามกฎทีใช้บังคับ
4.3
ค่าธรรมเนียมออกบัตรที่เรียกเก็บโดยผู้ประกอบการขนส่ง
ผู้โดยสารอาจถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมออกบัตรโดยผู้ประกอบการขนส่งสำหรับการพิจารณาออกบัตรโดยสาร
ค่าธรรมเนียมออกบัตรแตกต่างกันไปตามประเภทของการเดินทาง ค่าโดยสารและช่องทางการจำหน่ายบัตรโดยสาร
ค่าธรรมเนียมเหล่านี้จะถูกเพิ่มอยู่ในยอดค่าใช้จ่ายรวม
ค่าธรรมเนียมออกบัตรที่เรียกเก็บโดยผู้ประกอบการขนส่ง ถ้ามี ไม่สามารถขอคืนเงินได้ ยกเว้นในกรณีที่บัตรโดยสารถูกยกเลิกเนื่องจากความผิดพลาดในส่วนของผู้ประกอบการขนส่ง
ผู้โดยสารจะต้องได้รับแจ้งจำนวนค่าธรรมเนียมออกบัตรซึ่งจะถูกเรียกเก็บโดยผู้ประกอบการขนส่งก่อนการตัดสินใจครั้งสุดท้ายในการสำรองบัตรโดยสาร
จำนวนค่าธรรมเนียมออกบัตรที่เรียกเก็บโดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์มีระบุให้ทราบโดยผู้ประกอบการขนส่งในเว็บไซต์ของผู้ประกอบการขนส่ง
4.4
สกุลเงินสำหรับการชำระเงิน
ค่าโดยสารสุทธิ ค่าภาษี ค่าธรรมเนียมออกบัตรและค่าธรรมเนียมบริหารจะถูกจ่ายในสกุลเงินของประเทศที่มีการซื้อบัตรโดยสาร เว้นแต่มีการระบุให้ใช้สกุลเงินอื่นโดยผู้ประกอบการขนส่งหรือโดยตัวแทนทีที่ได้รับอนุญาต ในเวลาที่หรือก่อนที่จะมีการซื้อบัตรโดยสาร (ตัวอย่างเช่น เนื่องจากสกุลเงินท้องถิ่นไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสกุลอื่นได้)
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการขนส่งอาจยอมรับการชำเงินในสกุลอื่นตามดุลยพินิจของตน